บริการ / คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ
ถูกฟ้องล้มละลาย ต่อสู้ได้ทางไหนบ้าง
คดีล้มละลายไม่ได้ตัดสินที่ว่าเป็นหนี้จริงหรือไม่เพียงอย่างเดียว เพราะกฎหมายวางหน้าที่ไว้ที่ศาลให้พิจารณาเอาความจริง และเปิดทางยกฟ้องไว้ถึงสามทาง ซึ่งสองในสามทางนั้นเป็นเรื่องที่ลูกหนี้เป็นฝ่ายนำสืบเอง
สิ่งที่เจ้าหนี้ต้องมีครบก่อน
พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 9 กำหนดว่าเจ้าหนี้จะฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ก็ต่อเมื่อลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลไม่น้อยกว่าสองล้านบาท และหนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน ไม่ว่าจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตาม สามข้อนี้ต้องครบ
เมื่อผู้ฟ้องเป็นเจ้าหนี้มีประกัน
มาตรา 10 เพิ่มเงื่อนไขสำหรับเจ้าหนี้มีประกัน คือต้องมิได้เป็นผู้ต้องห้ามมิให้บังคับการชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้เกินกว่าตัวทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน และต้องกล่าวในฟ้องว่าถ้าลูกหนี้ล้มละลายแล้วจะยอมสละหลักประกันเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย หรือตีราคาหลักประกันมาในฟ้องซึ่งเมื่อหักกับจำนวนหนี้แล้ว เงินยังขาดอยู่ไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทสำหรับบุคคลธรรมดา หรือสองล้านบาทสำหรับนิติบุคคล
หน้าที่ของศาลตามมาตรา 14
มาตรา 14 กำหนดว่าในการพิจารณาคดีล้มละลายตามคำฟ้องของเจ้าหนี้ ศาลต้องพิจารณาเอาความจริงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9 หรือมาตรา 10 ถ้อยคำว่าศาลต้องพิจารณาเอาความจริงเป็นหน้าที่ที่วางไว้ที่ศาลเอง ไม่ใช่เพียงการชั่งน้ำหนักพยานที่คู่ความนำมา ถ้าศาลพิจารณาได้ความจริง ให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด
สามทางที่ทำให้ศาลยกฟ้อง
ประโยคหลังของมาตรา 14 คือแกนของการต่อสู้คดี ถ้าไม่ได้ความจริง หรือลูกหนี้นำสืบได้ว่าอาจชำระหนี้ได้ทั้งหมด หรือมีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย ให้ศาลยกฟ้อง ทางแรกคือการโจมตีองค์ประกอบตามมาตรา 9 หรือ 10 ทางที่สองคือการแสดงความสามารถในการชำระหนี้ ส่วนทางที่สามเป็นถ้อยคำเปิดที่ให้ศาลชั่งพฤติการณ์ทั้งหมด และเป็นทางที่ต้องอาศัยข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่องมากที่สุด
หลังมีคำสั่งแล้วก็ยังมีทาง
มาตรา 135 ให้ศาลมีอำนาจสั่งยกเลิกการล้มละลายได้เมื่อผู้มีส่วนได้เสียหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอ ถ้าปรากฏเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งรวมถึงกรณีที่ลูกหนี้ไม่ควรถูกพิพากษาให้ล้มละลาย และกรณีที่หนี้สินของบุคคลล้มละลายได้ชำระเต็มจำนวนแล้ว โดยหนี้ที่ลูกหนี้ปฏิเสธแต่ยอมทำสัญญาและให้ประกันต่อศาลว่าจะใช้เงินเต็มจำนวน หรือหาตัวเจ้าหนี้ไม่พบแต่ลูกหนี้นำเงินเต็มจำนวนมาวางต่อศาล ให้ถือว่าชำระเต็มจำนวนแล้ว
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- คำฟ้องและเอกสารท้ายฟ้องทั้งชุด
- หลักฐานทรัพย์สินและรายได้ที่แสดงความสามารถชำระหนี้
- รายละเอียดหนี้ที่โต้แย้ง และเหตุที่โต้แย้ง
- การชำระหนี้และการเจรจาที่ผ่านมาทั้งหมด
- พฤติการณ์อื่นที่แสดงว่าไม่ควรให้ล้มละลาย
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ยอมรับว่าเป็นหนี้จริง ยังต่อสู้ได้อยู่ไหม
การเป็นหนี้จริงตอบได้เพียงส่วนหนึ่งของมาตรา 9 เท่านั้น ยังเหลือเรื่องความมีหนี้สินล้นพ้นตัวและจำนวนหนี้ตามเกณฑ์ และมาตรา 14 ยังเปิดทางไว้อีกสองทาง คือการนำสืบว่าอาจชำระหนี้ได้ทั้งหมด และเหตุอื่นที่ไม่ควรให้ลูกหนี้ล้มละลาย การยอมรับหนี้จึงไม่ได้ปิดคดี แต่ย้ายจุดที่ต้องสู้ไปที่สองเรื่องนั้นแทน
หนี้ไม่ถึงหนึ่งล้านบาทเจ้าหนี้ฟ้องได้หรือไม่
มาตรา 9 (2) กำหนดจำนวนไว้ที่ไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทสำหรับลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา และไม่น้อยกว่าสองล้านบาทสำหรับนิติบุคคล โดยนับหนี้ที่เป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคน จุดที่ต้องตรวจจึงเป็นวิธีนับว่าเจ้าหนี้รวมยอดมาอย่างไร และรายการใดเป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนตาม (3) จริง
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 9 และ 10
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 14
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 135
