บริการ / คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ
คัดค้านคำขอรับชำระหนี้ มีสิบสี่วัน
ทุกบาทที่เจ้าหนี้รายอื่นได้รับ คือส่วนแบ่งที่หายไปจากเจ้าหนี้ที่เหลือ การตรวจคำขอรับชำระหนี้ของรายอื่นจึงไม่ใช่เรื่องของความช่างสงสัย แต่เป็นงานที่มีผลต่อจำนวนเงินที่ตนจะได้รับโดยตรง
ใครโต้แย้งได้ และผลของการไม่โต้แย้ง
พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 106 วรรคหนึ่งกำหนดว่า คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายใด ถ้าเจ้าหนี้อื่น ลูกหนี้ หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อื่นไม่โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้มีอำนาจเป็นผู้พิจารณาสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้ได้ เว้นแต่มีเหตุอันสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น ผู้ที่โต้แย้งได้จึงมีสามฝ่าย และการไม่โต้แย้งมีผลตรงไปสู่การอนุญาต
เมื่อมีผู้โต้แย้ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวน
วรรคสองกำหนดว่า คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายใด ถ้ามีผู้โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด คือให้ยกคำขอรับชำระหนี้ อนุญาตให้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวน หรืออนุญาตให้ได้รับชำระหนี้บางส่วน สามทางนี้เป็นผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดในชั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และคำสั่งให้รับบางส่วนเป็นผลที่พบได้บ่อยเมื่อหนี้บางรายการมีเอกสารไม่ครบ
อำนาจเรียกและสอบสวนตามมาตรา 105
มาตรา 105 กำหนดว่า ในการพิจารณาและมีคำสั่งคำขอรับชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจออกหมายเรียกเจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือบุคคลใดมาสอบสวนหรือให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับหนี้สินได้ ถ้อยคำว่าไม่ว่าจะเป็นหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เป็นจุดที่ควรอ่านให้ชัด เพราะหมายความว่าการมีคำพิพากษาอยู่แล้วไม่ได้ทำให้หนี้นั้นพ้นจากการตรวจสอบในชั้นนี้
สิบสี่วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
วรรคสามกำหนดว่า การคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้มีส่วนได้เสียอาจยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลได้ภายในกำหนดสิบสี่วันนับแต่วันที่ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จุดตั้งต้นอยู่ที่วันที่ทราบคำสั่ง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ควรมีหลักฐานรองรับ และกำหนดสิบสี่วันนี้ใช้กับคำสั่งทั้งที่มีผู้โต้แย้งและที่ไม่มีผู้โต้แย้ง
ชั้นศาล และช่องทางเดียวกันในการฟื้นฟูกิจการ
วรรคสี่ให้ศาลมีอำนาจเรียกสำนวนคำขอรับชำระหนี้มาตรวจ และสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำคำชี้แจงในเรื่องที่เป็นปัญหาตามที่เห็นสมควร หากศาลเห็นสมควรไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็ให้ดำเนินการโดยเร็วเท่าที่จำเป็น ส่วนในการฟื้นฟูกิจการ มาตรา 90/32 วางโครงสร้างเดียวกันไว้ ทั้งการโต้แย้งโดยเจ้าหนี้อื่น ลูกหนี้ หรือผู้ทำแผน คำสั่งสามแบบ และกำหนดสิบสี่วันในการคัดค้านต่อศาล
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายที่จะโต้แย้ง
- เอกสารประกอบหนี้รายนั้นเท่าที่ตรวจดูได้
- ข้อเท็จจริงที่ทำให้เชื่อว่าหนี้นั้นไม่ถูกต้อง
- บัญชีและเอกสารของลูกหนี้ที่เกี่ยวข้อง
- วันที่ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
หนี้ของเจ้าหนี้รายนั้นมีคำพิพากษาแล้ว ยังโต้แย้งได้ไหม
มาตรา 105 ใช้ถ้อยคำว่าไม่ว่าจะเป็นหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ ซึ่งแสดงว่ากระบวนการตรวจสอบในชั้นขอรับชำระหนี้ไม่ได้ยกเว้นหนี้ที่มีคำพิพากษา ประเด็นที่โต้แย้งได้จริงจึงขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง เช่นจำนวนที่ยังค้างชำระอยู่จริง การชำระบางส่วนที่เกิดขึ้นภายหลัง หรือรายการที่ซ้ำซ้อนกับคำขอรายอื่น
ทราบคำสั่งช้าเพราะไม่ได้รับแจ้ง
วรรคสามผูกกำหนดสิบสี่วันไว้กับวันที่ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ไม่ได้ผูกกับวันที่ออกคำสั่ง ข้อเท็จจริงว่าทราบเมื่อใดจึงเป็นสาระสำคัญ และควรมีหลักฐานรองรับ เช่นวันที่ได้รับหนังสือ วันที่เข้าตรวจสำนวน หรือการติดต่อที่แสดงว่าเพิ่งทราบ
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 105
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 106
- พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 90/32
