แบบผิดเป็นโมฆะ ตรวจก่อนเซ็นสัญญาธุรกิจ
การตรวจสัญญาก่อนลงนามมักเริ่มที่เนื้อหาว่าใครได้อะไร แต่คำถามที่ควรถามก่อนคือสัญญาแบบนี้มีแบบที่กฎหมายบังคับไว้หรือไม่ เพราะถ้ามีและทำไม่ครบ เนื้อหาที่เจรจากันมาทั้งหมดก็ไม่มีผล
แบบที่กฎหมายบังคับ และผลของการไม่ทำตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152 กำหนดสั้นและเด็ดขาดว่า การใดมิได้ทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายบังคับไว้ การนั้นเป็นโมฆะ ถ้อยคำนี้ไม่ได้เปิดช่องให้แก้ไขในภายหลังหรือให้ถือว่าสมบูรณ์เพราะคู่สัญญาต่างเข้าใจตรงกัน คำถามแรกในการตรวจสัญญาจึงเป็นคำถามเรื่องแบบ ไม่ใช่เรื่องเนื้อหา
แบบไม่ได้มีกับทุกสัญญา จึงต้องตรวจเป็นรายเรื่อง
มาตรา 152 ไม่ได้บอกว่าสัญญาใดต้องมีแบบ เพียงแต่วางผลไว้เมื่อมีแบบและไม่ได้ทำตาม แบบจึงอยู่ในบทเฉพาะของสัญญาแต่ละประเภท และสัญญาธุรกิจจำนวนมากก็ไม่มีแบบบังคับเลย งานตรวจสัญญาจึงต้องเริ่มจากการระบุให้ได้ก่อนว่าสัญญาที่กำลังจะเซ็นเป็นสัญญาประเภทใดในทางกฎหมาย เพราะประเภทเป็นตัวชี้ว่าจะต้องไปดูบทใด
ตีความตามความประสงค์ในทางสุจริต
เมื่อผ่านเรื่องแบบแล้ว มาตรา 368 วางหลักการตีความไว้ว่า สัญญานั้นให้ตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย หลักนี้มีผลต่อการร่างโดยตรง เพราะข้อความที่กำกวมจะไม่ถูกอ่านตามตัวอักษรอย่างเดียว แต่จะถูกอ่านประกอบกับสิ่งที่คู่สัญญาประสงค์และสิ่งที่เป็นปกติประเพณีในเรื่องนั้น
ปกติประเพณี เป็นดาบสองคมในการร่าง
การที่มาตรา 368 ให้พิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย หมายความว่าสิ่งที่ไม่ได้เขียนไว้อาจถูกนำมาเติมให้ในภายหลัง ซึ่งช่วยได้เมื่อสัญญาเงียบในเรื่องที่วงการนั้นทำกันเป็นปกติ แต่ก็เป็นความเสี่ยงเมื่อคู่สัญญาตั้งใจจะทำต่างจากปกติประเพณี ในกรณีหลังนี้ การเขียนให้ชัดว่าตกลงต่างออกไปจึงมีค่ามากกว่าการปล่อยให้เงียบ
ลำดับการตรวจที่ใช้ได้จริง
เมื่อวางสองมาตรานี้ต่อกัน จะได้ลำดับที่ใช้ได้จริง คือระบุประเภทของสัญญาก่อน แล้วตรวจว่ามีแบบที่กฎหมายบังคับหรือไม่ตามมาตรา 152 จากนั้นจึงอ่านเนื้อหาโดยถามว่าข้อความที่เขียนไว้จะถูกตีความอย่างไรตามมาตรา 368 และปิดท้ายด้วยการเขียนให้ชัดในจุดที่ตั้งใจจะต่างจากปกติประเพณี ลำดับนี้ทำให้พบปัญหาที่แก้ไม่ได้ก่อนจะเสียเวลากับปัญหาที่แก้ได้
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- ร่างสัญญาฉบับล่าสุดพร้อมเอกสารแนบทั้งหมด
- ข้อตกลงหรือบันทึกที่ทำกันไว้ก่อนหน้า
- สิ่งที่ตั้งใจจะให้ต่างจากที่ทำกันเป็นปกติในวงการ
- ผู้มีอำนาจลงนามของแต่ละฝ่ายและหลักฐานอำนาจ
- ลำดับเวลาของการเจรจาและฉบับที่เปลี่ยนไปแต่ละครั้ง
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
เซ็นกันไปแล้วเพิ่งรู้ว่าแบบไม่ครบ
มาตรา 152 ใช้คำว่าเป็นโมฆะ ซึ่งต่างจากการที่สัญญายังมีผลแต่บกพร่อง สิ่งที่ควรทำจึงไม่ใช่การพยายามแก้เอกสารเดิมให้ดูครบ แต่เป็นการตรวจให้ชัดก่อนว่าสัญญาประเภทนั้นมีแบบบังคับจริงหรือไม่ เพราะสัญญาธุรกิจจำนวนมากไม่มีแบบ และถ้ามีจริง สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อคือการทำขึ้นใหม่ให้ถูกต้อง ไม่ใช่การซ่อมฉบับเดิม
เขียนสัญญาให้สั้นเข้าไว้ดีกว่าหรือไม่
มาตรา 368 ให้ตีความตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย สัญญาที่สั้นจึงไม่ได้แปลว่ามีข้อผูกพันน้อย เพราะช่องว่างอาจถูกเติมด้วยปกติประเพณีของเรื่องนั้น ความยาวจึงไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ที่ว่าจุดใดที่ตั้งใจให้ต่างจากปกติประเพณี จุดนั้นต้องเขียนไว้ ส่วนจุดที่ยอมรับตามปกติประเพณีอยู่แล้ว จะเงียบไว้ก็ได้
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368
