จ้างที่ปรึกษา เลิกกลางคันได้หรือไม่
สัญญาให้บริการและสัญญาจ้างที่ปรึกษาส่วนใหญ่เป็นสัญญาจ้างทำของ ซึ่งกฎหมายให้สิทธิผู้ว่าจ้างไว้กว้างกว่าที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมักเข้าใจ และสิทธินั้นใช้ได้แม้ไม่มีใครผิดสัญญา
จ้างทำของวัดกันที่ผลสำเร็จ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 นิยามว่า จ้างทำของคือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงรับจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น ถ้อยคำว่าเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้นคือแกนของนิยาม สินจ้างผูกกับผลของงาน ไม่ใช่กับเวลาที่ใช้ไป
ทำไมการแยกประเภทจึงสำคัญตั้งแต่ต้น
งานที่ปรึกษาและงานบริการจำนวนมากอยู่ระหว่างสองสัญญา คือจ้างทำของกับจ้างแรงงาน และคู่สัญญามักไม่ได้ตัดสินใจไว้ให้ชัดตั้งแต่ต้น การเขียนสัญญาโดยกำหนดผลลัพธ์ที่ต้องส่งมอบและผูกสินจ้างไว้กับผลลัพธ์นั้น เป็นวิธีที่ตรงกับถ้อยคำของมาตรา 587 ส่วนการกำหนดเวลาทำงาน สถานที่ และการบังคับบัญชาไว้อย่างละเอียด ย่อมชี้ไปอีกทางหนึ่ง ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงจึงมีน้ำหนักมากกว่าชื่อของสัญญา
ยึดหน่วงสินจ้างเมื่อส่งมอบช้าหรือชำรุด
มาตรา 599 กำหนดว่า ในกรณีที่ส่งมอบเนิ่นช้าไปก็ดี หรือส่งมอบการที่ทำชำรุดบกพร่องก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะยึดหน่วงสินจ้างไว้ได้ เว้นแต่ผู้รับจ้างจะให้ประกันตามสมควร สิทธินี้เป็นของผู้ว่าจ้างโดยผลของกฎหมาย ไม่ต้องอาศัยข้อสัญญา และข้อยกเว้นเรื่องการให้ประกันตามสมควรก็เป็นทางออกที่ผู้รับจ้างใช้ได้เมื่อต้องการให้การชำระเงินเดินต่อไประหว่างที่ยังโต้แย้งกันอยู่
บอกเลิกได้ตราบใดที่งานยังไม่เสร็จ
มาตรา 605 กำหนดว่า ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น สิทธินี้ไม่ได้ผูกกับการที่ผู้รับจ้างผิดสัญญา ผู้ว่าจ้างจึงเลิกได้แม้งานเดินไปตามปกติ โดยเงื่อนไขอยู่ที่การเสียค่าสินไหมทดแทน ไม่ใช่ที่การมีเหตุผิดสัญญา
ข้อสัญญาที่ควรเขียนเพราะกฎหมายเปิดไว้กว้าง
เมื่ออ่านมาตรา 599 และมาตรา 605 คู่กัน จะเห็นว่ากฎหมายให้เครื่องมือแก่ผู้ว่าจ้างไว้สองอย่าง คือยึดหน่วงสินจ้างและบอกเลิกกลางคัน สิ่งที่ควรเขียนไว้ในสัญญาจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งสองอย่างนั้นคำนวณได้ ได้แก่การแบ่งงานเป็นงวดพร้อมเกณฑ์รับมอบของแต่ละงวด และวิธีคิดค่าตอบแทนสำหรับงานที่ทำไปแล้วเมื่อมีการเลิกสัญญา เพราะข้อพิพาทตามมาตรา 605 มักไม่ได้อยู่ที่สิทธิเลิก แต่อยู่ที่จำนวนเงิน
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- สัญญาที่ลงนามและขอบเขตงานที่แนบไว้
- งานที่ส่งมอบไปแล้วและหลักฐานการรับมอบ
- กำหนดเวลาส่งมอบตามสัญญาและที่เกิดขึ้นจริง
- การชำระเงินที่ผ่านมาและงวดที่ค้างอยู่
- หนังสือหรือข้อความที่แจ้งเลิกสัญญา ถ้ามี
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ลูกค้าบอกเลิกทั้งที่งานไม่มีปัญหา
มาตรา 605 ให้สิทธิผู้ว่าจ้างบอกเลิกได้ตราบใดที่งานยังทำไม่แล้วเสร็จ โดยไม่ได้กำหนดว่าต้องมีเหตุผิดสัญญา สิ่งที่ตามมาคือหน้าที่เสียค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น ประเด็นที่ต้องเตรียมจึงเป็นการแสดงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทั้งงานที่ทำไปแล้วและผลที่ตามมาจากการที่สัญญาจบลงกลางคัน
ลูกค้าไม่จ่ายโดยอ้างว่างานยังไม่เรียบร้อย
มาตรา 599 ให้ผู้ว่าจ้างยึดหน่วงสินจ้างได้ในกรณีส่งมอบเนิ่นช้าหรือส่งมอบการที่ทำชำรุดบกพร่อง แต่มีข้อยกเว้นไว้ว่าเว้นแต่ผู้รับจ้างจะให้ประกันตามสมควร ผู้รับจ้างที่เห็นว่าข้ออ้างนั้นไม่มีมูล จึงมีทางเลือกที่จะเสนอประกันตามสมควรเพื่อให้การชำระเงินเดินต่อไป แล้วจึงไปโต้แย้งเรื่องความชำรุดบกพร่องกันต่างหาก
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 599
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605
