เซ็น NDA แล้วข้อมูลจะเป็นความลับจริงไหม
สัญญารักษาความลับเป็นเอกสารที่เซ็นกันบ่อยที่สุดฉบับหนึ่งและถูกอ่านน้อยที่สุดฉบับหนึ่ง สิ่งที่หลายคนไม่ทราบคือกฎหมายไม่ได้คุ้มครองข้อมูลเพราะมีสัญญา แต่คุ้มครองเพราะข้อมูลนั้นถูกดูแลอย่างที่ความลับควรถูกดูแล
สามองค์ประกอบของความลับทางการค้า
พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3 นิยามความลับทางการค้าว่า ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไปหรือยังเข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ ทั้งสามอย่างต้องครบ ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
องค์ประกอบที่สามคือจุดที่คดีตัดสินกัน
องค์ประกอบเรื่องมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ เป็นเรื่องของสิ่งที่ทำจริง ไม่ใช่สิ่งที่เขียนไว้ในสัญญา ข้อมูลที่ส่งต่อกันทั่วองค์กรโดยไม่จำกัดผู้เข้าถึง เก็บไว้โดยไม่มีการควบคุม หรือแจกในที่ประชุมโดยไม่มีเงื่อนไข ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะอ้างว่าได้ใช้มาตรการที่เหมาะสม แม้จะมีสัญญาที่ลงนามครบทุกฝ่ายก็ตาม
การละเมิดตามมาตรา 6
มาตรา 6 กำหนดว่าการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ได้แก่การเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ อันมีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกัน โดยผู้ละเมิดจะต้องรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำนั้นขัดต่อแนวทางปฏิบัติเช่นว่านั้น และวรรคสองระบุตัวอย่างไว้ รวมถึงการผิดสัญญา การจูงใจให้ละเมิดความลับอันเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ การติดสินบน การข่มขู่ การฉ้อโกง การลักทรัพย์ การรับของโจร และการจารกรรมโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
สิ่งที่ไม่ถือว่าเป็นการละเมิด
มาตรา 7 ยกเว้นไว้หลายกรณี ที่สำคัญในทางธุรกิจคือการค้นพบโดยอิสระ ซึ่งได้แก่การค้นพบความลับทางการค้าของผู้อื่นโดยผู้ค้นพบใช้ความรู้ความชำนาญของตนเอง และการทำวิศวกรรมย้อนกลับ ซึ่งได้แก่การประเมินและศึกษาวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปเพื่อค้นหาวิธีที่ผลิตภัณฑ์นั้นได้รับการประดิษฐ์ จัดทำ หรือพัฒนา โดยต้องได้ผลิตภัณฑ์นั้นมาโดยวิธีที่สุจริต
จุดที่สัญญาทำงานได้จริง
วรรคท้ายของมาตรา 7 ระบุว่าการทำวิศวกรรมย้อนกลับตาม (4) ไม่อาจถูกยกขึ้นกล่าวอ้างได้ ถ้าบุคคลซึ่งทำวิศวกรรมย้อนกลับได้ทำสัญญากับเจ้าของความลับทางการค้าหรือผู้ขายผลิตภัณฑ์ไว้เป็นอย่างอื่นโดยชัดแจ้ง นี่คือจุดที่ข้อสัญญาเปลี่ยนผลทางกฎหมายได้จริง คือปิดข้อยกเว้นที่กฎหมายเปิดไว้ แต่ต้องเขียนไว้โดยชัดแจ้ง ไม่ใช่โดยนัย
คำสั่งศาลและทางเลือกแทนการห้าม
มาตรา 11 กำหนดว่าเมื่อผู้ควบคุมความลับทางการค้าฟ้องขอให้ศาลออกคำสั่งตามมาตรา 8 (2) หากศาลวินิจฉัยว่ามีการละเมิดแต่มีพฤติการณ์พิเศษที่ไม่สมควรออกคำสั่งตามคำขอ ศาลอาจกำหนดให้ผู้ละเมิดเสียค่าตอบแทนในจำนวนที่เหมาะสมและให้ใช้ความลับทางการค้าต่อไปได้ตามกำหนดเวลาที่ศาลเห็นสมควร และถ้าความลับนั้นถูกเปิดเผยเป็นการทั่วไปหรือสิ้นสภาพความเป็นความลับในภายหลัง ผู้ถูกสั่งห้ามมีสิทธิขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งได้
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- สัญญารักษาความลับทุกฉบับที่เกี่ยวข้องและวันที่ลงนาม
- รายการมาตรการที่ใช้จริงในการควบคุมการเข้าถึงข้อมูล
- บันทึกว่าใครเข้าถึงข้อมูลได้บ้างและเข้าถึงเมื่อใด
- พฤติการณ์ที่ทำให้เชื่อว่ามีการเปิดเผยหรือนำไปใช้
- มูลค่าเชิงพาณิชย์ของข้อมูลและที่มาของมูลค่านั้น
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ไม่มี NDA แล้วจะไม่ได้รับความคุ้มครองเลยหรือ
ไม่ใช่ มาตรา 3 ผูกความคุ้มครองไว้กับลักษณะของข้อมูลและมาตรการที่ใช้ ไม่ได้ผูกไว้กับการมีสัญญา และมาตรา 6 ยังครอบคลุมการได้มาโดยวิธีอย่างการลักทรัพย์หรือการจารกรรมซึ่งไม่ต้องอาศัยสัญญาเลย สัญญาจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยพิสูจน์เจตนาและปิดข้อยกเว้นบางข้อ ไม่ใช่เงื่อนไขของความคุ้มครอง
พนักงานลาออกแล้วเอาข้อมูลไปใช้ที่ใหม่
เรื่องนี้มีสองชั้นที่ต้องแยก ชั้นแรกคือข้อมูลนั้นเข้านิยามความลับทางการค้าตามมาตรา 3 หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องมาตรการที่เหมาะสม ชั้นที่สองคือความรู้ความชำนาญทั่วไปที่พนักงานสั่งสมจากการทำงาน ซึ่งต่างจากข้อมูลเฉพาะขององค์กร สองชั้นนี้แยกกันในทางกฎหมาย และหลักฐานที่ต้องเตรียมก็ต่างกัน
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3
- พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6
- พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 7
- พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 11
