เซ็นสัญญาร่วมทุน อาจกลายเป็นห้างหุ้นส่วน
ข้อตกลงร่วมทุนที่ยังไม่ได้ตั้งบริษัทมักถูกมองว่าเป็นเพียงสัญญาระหว่างกัน แต่ถ้าเนื้อหาเข้านิยามตามมาตรา 1012 ผลที่ตามมาไม่ได้อยู่ที่สัญญาอย่างเดียว เพราะมีบทว่าด้วยความรับผิดรออยู่ด้วย
นิยามในมาตรา 1012 กว้างกว่าที่คาด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 กำหนดว่า อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น นิยามนี้ไม่ได้เรียกร้องเอกสารรูปแบบใดโดยเฉพาะ และไม่ได้เรียกร้องชื่อเรียกใดเป็นพิเศษ
องค์ประกอบสามอย่างที่ต้องดู
เมื่อแยกถ้อยคำออกมาจะได้สามอย่าง คือบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป การตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน และความประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการนั้น องค์ประกอบที่สามคือจุดที่แยกความร่วมมือทางธุรกิจทั่วไปออกจากสิ่งที่เข้านิยาม เพราะการตกลงแบ่งรายได้ ค่าตอบแทน หรือส่วนแบ่งจากผลงาน ไม่เหมือนกับการตกลงแบ่งปันกำไรของกิจการที่ทำร่วมกัน
ความรับผิดตามมาตรา 1025
มาตรา 1025 กำหนดว่า อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด ถ้อยคำสำคัญคือหมดทุกคน หนี้ทั้งปวง และโดยไม่มีจำกัด ความรับผิดจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่เงินลงทุนที่ตกลงกันไว้ในสัญญาร่วมทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่สัญญามักเข้าใจว่าเป็นเพดานของตน
ชื่อของเอกสารไม่ได้เป็นตัวตัดสิน
เพราะมาตรา 1012 วางนิยามไว้ที่เนื้อหาของข้อตกลง เอกสารที่ใช้ชื่อว่าบันทึกความเข้าใจ ข้อตกลงความร่วมมือ หรือสัญญาร่วมทุน จึงถูกพิจารณาจากสิ่งที่ตกลงกันจริง ไม่ใช่จากหัวกระดาษ ในทางกลับกัน การเขียนไว้ว่าข้อตกลงนี้ไม่ก่อให้เกิดห้างหุ้นส่วน ก็เป็นเพียงข้อความหนึ่งที่นำมาพิเคราะห์ร่วมกับข้อเท็จจริงอื่น ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป
สิ่งที่ควรตัดสินใจก่อนเซ็น
คำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อนลงนามจึงมีสองชั้น ชั้นแรกคือข้อตกลงนี้ตั้งใจให้เข้านิยามตามมาตรา 1012 หรือไม่ และถ้าไม่ ก็ต้องเขียนกลไกการแบ่งผลตอบแทนให้ต่างจากการแบ่งปันกำไรของกิจการร่วมอย่างชัดเจน ชั้นที่สองคือถ้าตั้งใจให้ร่วมทุนกันจริง ควรตั้งนิติบุคคลขึ้นรองรับหรือไม่ เพราะเป็นการเปลี่ยนคำถามเรื่องความรับผิดจากมาตรา 1025 ไปสู่กรอบอื่น
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- ร่างข้อตกลงร่วมทุนหรือบันทึกความเข้าใจฉบับล่าสุด
- วิธีแบ่งผลตอบแทนที่ตกลงกันไว้จริง
- กิจการที่จะทำร่วมกันและขอบเขตของแต่ละฝ่าย
- เงินลงทุนหรือทรัพยากรที่แต่ละฝ่ายนำมาลง
- แผนว่าจะตั้งนิติบุคคลขึ้นรองรับหรือไม่
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
เขียนในสัญญาว่าไม่เป็นห้างหุ้นส่วน เพียงพอไหม
มาตรา 1012 วางนิยามไว้ที่เนื้อหาของข้อตกลง คือการตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไร ข้อความปฏิเสธจึงเป็นข้อเท็จจริงหนึ่งที่นำมาพิเคราะห์ร่วมกับสิ่งที่คู่สัญญาทำจริง ทางที่ได้ผลกว่าคือออกแบบกลไกการแบ่งผลตอบแทนให้ไม่ใช่การแบ่งปันกำไรของกิจการร่วมตั้งแต่ต้น
ร่วมทุนแล้วขาดทุน อีกฝ่ายก่อหนี้ไว้
ถ้าข้อตกลงเข้านิยามตามมาตรา 1012 และเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ มาตรา 1025 กำหนดให้ผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงโดยไม่มีจำกัด ซึ่งหมายความว่าเพดานความรับผิดไม่ได้อยู่ที่เงินที่ตกลงลงทุนไว้ ประเด็นที่ต้องตรวจก่อนอย่างอื่นจึงเป็นว่าข้อตกลงนั้นเข้านิยามหรือไม่ ไม่ใช่ว่าสัญญาเขียนเพดานไว้เท่าใด
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025
