เขตอำนาจอยู่ที่มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4)
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) ให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง การจัดประเภทของสัญญาจึงเป็นประเด็นที่ต้องวินิจฉัยก่อนเรื่องอื่น และหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติเองยอมรับว่าสัญญาทางปกครองเป็นหลักเกณฑ์ใหม่ที่แม้แต่นักกฎหมายยังถกเถียงกันเพื่อค้นหาความหมายที่เหมาะสม
ห้าปี ไม่ใช่หนึ่งปีอีกต่อไป
มาตรา 51 กำหนดว่า การฟ้องคดีตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) ให้ยื่นฟ้องภายในหนึ่งปี และการฟ้องคดีตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) ให้ยื่นฟ้องภายในห้าปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี แต่ไม่เกินสิบปีนับแต่วันที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดี ตัวเลขห้าปีสำหรับคดีสัญญาเป็นผลของการแก้ไขกฎหมาย เอกสารและคำแนะนำที่เขียนไว้ก่อนหน้านั้นจึงยังอ้างกำหนดหนึ่งปีอยู่
เหตุผลของการแก้ไข ที่อธิบายปัญหาไว้เอง
หมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติอธิบายที่มาไว้ตรงไปตรงมา คือเดิมการฟ้องคดีตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (4) ให้ยื่นฟ้องภายในหนึ่งปี ในขณะที่สัญญาเช่นนั้นมีอายุความถึงสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อมีการตีความว่าสัญญาใดเป็นสัญญาทางปกครอง ระยะเวลาฟ้องคดีจึงลดเหลือเพียงหนึ่งปีโดยผลของกฎหมาย จึงสมควรแก้ไขให้ยาวขึ้น ข้อความนี้ชี้ให้เห็นว่าความเสี่ยงอยู่ที่การจัดประเภทสัญญาโดยตรง
คำสั่งต้องบอกวิธีและกำหนดเวลาฟ้อง
มาตรา 50 กำหนดว่าคำสั่งใดที่อาจฟ้องต่อศาลปกครองได้ ให้ผู้ออกคำสั่งระบุวิธีการยื่นคำฟ้องและระยะเวลาสำหรับยื่นคำฟ้องไว้ในคำสั่งนั้นด้วย ถ้าภายหลังปรากฏว่ามิได้ปฏิบัติ ให้แจ้งข้อความนั้นโดยไม่ชักช้า และให้ระยะเวลาสำหรับยื่นคำฟ้องเริ่มนับใหม่นับแต่วันที่ผู้รับคำสั่งได้รับแจ้ง และถ้าไม่มีการแจ้งใหม่และระยะเวลาฟ้องมีกำหนดน้อยกว่าหนึ่งปี ให้ขยายเป็นหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง
ฟ้องพ้นกำหนดแล้วยังมีทางอยู่บ้าง
มาตรา 52 วางข้อยกเว้นไว้สองชั้น วรรคหนึ่งระบุว่าการฟ้องคดีปกครองที่เกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะหรือสถานะของบุคคลจะยื่นฟ้องเมื่อใดก็ได้ ส่วนวรรคสองระบุว่าการฟ้องคดีที่ยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้ว ถ้าศาลปกครองเห็นว่าคดีนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมหรือมีเหตุจำเป็นอื่น โดยศาลเห็นเองหรือคู่กรณีมีคำขอ ศาลปกครองจะรับไว้พิจารณาก็ได้
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- สัญญาฉบับที่ลงนามพร้อมเอกสารแนบทั้งหมด
- ลักษณะของงานตามสัญญาและบริการสาธารณะที่เกี่ยวข้อง
- วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี
- คำสั่งของหน่วยงานและข้อความเรื่องวิธีและกำหนดเวลาฟ้อง
- หนังสือโต้ตอบและการเจรจาที่ผ่านมาทั้งหมด
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ไม่แน่ใจว่าเป็นสัญญาทางปกครองหรือสัญญาแพ่ง
ความไม่แน่ใจนี้เป็นเรื่องปกติถึงขนาดที่หมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติเองกล่าวถึงไว้ ผลของการจัดประเภทกระทบทั้งศาลที่มีอำนาจและระยะเวลาฟ้องคดี วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือคำนวณกำหนดเวลาจากทางที่สั้นกว่าไว้ก่อน แล้วจึงพิจารณาประเด็นเขตอำนาจ เพราะการรอให้ได้ข้อยุติเรื่องประเภทสัญญาก่อนอาจทำให้กำหนดเวลาผ่านไประหว่างนั้น
คำสั่งที่ได้รับไม่ได้บอกกำหนดเวลาฟ้องไว้
มาตรา 50 วางหน้าที่นั้นไว้ที่ผู้ออกคำสั่ง และวางผลไว้สองชั้น ถ้ามีการแจ้งข้อความนั้นในภายหลัง ระยะเวลาสำหรับยื่นคำฟ้องเริ่มนับใหม่นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และถ้าไม่มีการแจ้งใหม่เลยและระยะเวลาฟ้องมีกำหนดน้อยกว่าหนึ่งปี ให้ขยายเป็นหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง การเก็บตัวคำสั่งไว้ทั้งฉบับจึงมีผลโดยตรงต่อการคำนวณเวลา
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 50
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 51
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 52
