สิบห้าวัน และยื่นต่อคนที่ออกคำสั่ง
พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 44 กำหนดว่า ภายใต้บังคับมาตรา 48 ในกรณีที่คำสั่งทางปกครองใดไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรีและไม่มีกฎหมายกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองไว้เป็นการเฉพาะ ให้คู่กรณีอุทธรณ์คำสั่งนั้นโดยยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งคำสั่ง จุดที่มักเข้าใจผิดคือยื่นที่ไหน เพราะกฎหมายให้ยื่นต่อผู้ที่ออกคำสั่งเอง ไม่ใช่หน่วยงานที่อยู่เหนือขึ้นไป
ต้องทำเป็นหนังสือและต้องมีเหตุผล
วรรคสองของมาตรา 44 กำหนดว่าคำอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือ โดยระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบด้วย ข้อกำหนดนี้ทำให้หนังสือที่เขียนเพียงว่าไม่เห็นด้วยกับคำสั่งเป็นเอกสารที่ไม่ครบองค์ประกอบตามถ้อยคำของกฎหมาย และในทางปฏิบัติยังเสียโอกาสที่ดีที่สุดในการให้เจ้าหน้าที่ทบทวนคำสั่งด้วยตนเองไปด้วย
การอุทธรณ์ไม่ได้ทำให้คำสั่งหยุด
วรรคสามของมาตรา 44 ระบุไว้ตรงตัวว่า การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง เว้นแต่จะมีการสั่งให้ทุเลาการบังคับตามมาตรา 63/2 วรรคหนึ่ง ข้อนี้ขัดกับความเข้าใจทั่วไปที่ว่ายื่นอุทธรณ์แล้วเรื่องจะหยุดไว้ก่อน ผู้ที่ต้องการให้คำสั่งหยุดจึงต้องขอทุเลาการบังคับเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหากจากการอุทธรณ์
กรอบเวลาฝั่งเจ้าหน้าที่
มาตรา 45 ให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งพิจารณาคำอุทธรณ์และแจ้งผู้อุทธรณ์โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ถ้าเห็นด้วยไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก็ให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งภายในกำหนดนั้น ถ้าไม่เห็นด้วยก็ให้รายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนดเดียวกัน แล้วผู้นั้นพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน ขยายได้อีกไม่เกินสามสิบวันโดยต้องมีหนังสือแจ้งก่อนครบกำหนด
ทำไมการข้ามขั้นนี้จึงกระทบสิทธิฟ้อง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 42 วรรคสองกำหนดว่า ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดขั้นตอนหรือวิธีการสำหรับการแก้ไขความเดือดร้อนหรือเสียหายในเรื่องใดไว้โดยเฉพาะ การฟ้องคดีปกครองในเรื่องนั้นจะกระทำได้ต่อเมื่อมีการดำเนินการตามขั้นตอนและวิธีการดังกล่าว และได้มีการสั่งการตามกฎหมายนั้น หรือมิได้มีการสั่งการภายในเวลาอันสมควร หรือภายในเวลาที่กฎหมายนั้นกำหนด การอุทธรณ์จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขที่มาก่อน เมื่อผ่านขั้นนี้แล้ว มาตรา 49 ให้ยื่นฟ้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี เว้นแต่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อต่อกับสิบห้าวันของมาตรา 44 และกรอบสามสิบวันของมาตรา 45 วันที่ได้รับแจ้งแต่ละครั้งจึงเป็นวันที่ต้องจดไว้
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- คำสั่งทางปกครองฉบับเต็มและซองหรือหลักฐานวันที่ได้รับแจ้ง
- ข้อเท็จจริงและเอกสารที่โต้แย้งคำสั่งนั้น
- กฎหมายเฉพาะของเรื่องนั้น ถ้ามีขั้นตอนอุทธรณ์ของตนเอง
- หนังสือโต้ตอบกับหน่วยงานทั้งหมดที่ผ่านมา
- ผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว หากต้องขอทุเลาการบังคับ
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
เลยสิบห้าวันไปแล้ว ยังทำอะไรได้บ้าง
สิ่งแรกที่ต้องตรวจคือกำหนดสิบห้าวันตามมาตรา 44 ใช้กับเรื่องนี้จริงหรือไม่ เพราะมาตรา 44 ใช้เฉพาะกรณีที่คำสั่งไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรีและไม่มีกฎหมายกำหนดขั้นตอนอุทธรณ์ไว้เป็นการเฉพาะ กฎหมายเฉพาะหลายฉบับให้เวลาสามสิบวันหรือหกสิบวัน สิ่งที่ต้องดูต่อมาคือวันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนับจากวันใดจริง ๆ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่โต้แย้งกันได้
อุทธรณ์แล้วเจ้าหน้าที่เงียบ
มาตรา 45 วางกรอบไว้ที่สามสิบวันสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง และอีกสามสิบวันสำหรับผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ ขยายได้อีกไม่เกินสามสิบวันโดยต้องแจ้งเป็นหนังสือก่อนครบกำหนด ส่วนมาตรา 42 วรรคสองเปิดทางไว้แล้วสำหรับกรณีที่มิได้มีการสั่งการภายในเวลาอันสมควรหรือภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ความเงียบจึงไม่ได้ปิดทางไปศาล แต่ต้องเก็บหลักฐานวันที่ยื่นและวันที่ครบกำหนดไว้
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 44
- พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 45
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 42
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 49
