ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ เขียนอย่างไรให้ใช้ได้
ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการมักถูกวางไว้ท้ายสัญญาและอ่านผ่านไปเร็วที่สุด ทั้งที่เป็นข้อที่กำหนดว่าข้อพิพาทจะไปจบที่ไหน และมีกำหนดเวลาข้อหนึ่งที่ถ้าพลาดแล้ว ข้อสัญญาที่เขียนไว้ดีเพียงใดก็ไม่ช่วย
สัญญาอนุญาโตตุลาการคืออะไร
พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 11 นิยามสัญญาอนุญาโตตุลาการว่า สัญญาที่คู่สัญญาตกลงให้ระงับข้อพิพาททั้งหมดหรือบางส่วนที่เกิดขึ้นแล้วหรือที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเกิดจากนิติสัมพันธ์ทางสัญญาหรือไม่ โดยวิธีอนุญาโตตุลาการ และระบุว่าอาจเป็นข้อสัญญาหนึ่งในสัญญาหลัก หรือเป็นสัญญาอนุญาโตตุลาการแยกต่างหากก็ได้ ข้อความว่าไม่ว่าจะเกิดจากนิติสัมพันธ์ทางสัญญาหรือไม่ ทำให้ขอบเขตกว้างกว่าข้อพิพาทตามสัญญาอย่างเดียว
รูปแบบ และสิ่งที่นับว่าเป็นหนังสือ
วรรคสองกำหนดว่าสัญญาอนุญาโตตุลาการต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญา แต่ตามด้วยข้อยกเว้นที่กว้างกว่าที่คิด คือถ้าปรากฏข้อสัญญาในเอกสารที่คู่สัญญาโต้ตอบทางจดหมาย โทรสาร โทรเลข โทรพิมพ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือทางอื่นซึ่งมีการบันทึกข้อสัญญานั้นไว้ หรือมีการกล่าวอ้างข้อสัญญาในข้อเรียกร้องหรือข้อคัดค้านและคู่สัญญาฝ่ายที่มิได้กล่าวอ้างไม่ปฏิเสธ ให้ถือว่ามีสัญญาอนุญาโตตุลาการแล้ว
การอ้างถึงเอกสารอื่น
วรรคสามระบุว่า สัญญาที่มีหลักฐานเป็นหนังสืออันได้กล่าวถึงเอกสารใดที่มีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ข้อตกลงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก ให้ถือว่ามีสัญญาอนุญาโตตุลาการแล้ว ข้อนี้สำคัญกับงานที่อ้างอิงเงื่อนไขมาตรฐานหรือเอกสารแนบ เพราะเงื่อนไขอยู่ที่วัตถุประสงค์ให้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก ไม่ใช่เพียงการเอ่ยถึงเอกสารนั้นลอย ๆ
กำหนดเวลาที่พลาดไม่ได้
มาตรา 14 กำหนดว่า ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฟ้องคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทตามสัญญาอนุญาโตตุลาการโดยมิได้เสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ คู่สัญญาฝ่ายที่ถูกฟ้องอาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ไม่ช้ากว่าวันยื่นคำให้การหรือภายในระยะเวลาที่มีสิทธิยื่นคำให้การตามกฎหมาย ให้มีคำสั่งจำหน่ายคดี กำหนดนี้เดินคู่ไปกับกำหนดยื่นคำให้การ จึงมาถึงเร็วกว่าที่หลายฝ่ายตั้งตัว
ศาลจะจำหน่ายคดีเมื่อใด
เมื่อศาลไต่สวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุที่ทำให้สัญญาอนุญาโตตุลาการเป็นโมฆะ หรือใช้บังคับไม่ได้ หรือมีเหตุที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญานั้นได้ ก็ให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสีย สามเหตุนี้จึงเป็นกรอบของการต่อสู้ทั้งสองฝั่ง และวรรคสองยังระบุว่าในระหว่างที่ศาลพิจารณาคำร้อง คู่สัญญาฝ่ายใดอาจเริ่มดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการได้ หรือคณะอนุญาโตตุลาการอาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปและมีคำชี้ขาดได้
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- สัญญาหลักและเอกสารแนบทุกฉบับที่อ้างถึงกัน
- เอกสารโต้ตอบที่อาจมีข้อตกลงอนุญาโตตุลาการอยู่
- หมายเรียกและกำหนดวันยื่นคำให้การ ถ้าถูกฟ้องแล้ว
- สถาบันอนุญาโตตุลาการและข้อบังคับที่ระบุไว้
- ภาษา สถานที่ และจำนวนอนุญาโตตุลาการที่ตกลงกัน
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ยื่นคำให้การไปแล้วค่อยรู้ว่ามีข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ
มาตรา 14 ผูกกำหนดไว้ที่ไม่ช้ากว่าวันยื่นคำให้การหรือภายในระยะเวลาที่มีสิทธิยื่นคำให้การ การยื่นคำให้การไปแล้วโดยไม่ได้ยื่นคำร้องจึงเป็นเรื่องที่ต้องตรวจทันทีว่าระยะเวลาที่มีสิทธิยื่นคำให้การยังเหลืออยู่หรือไม่ เพราะถ้อยคำเปิดทางไว้สองทาง ไม่ใช่ผูกกับวันยื่นคำให้การเพียงอย่างเดียว
เขียนแค่ว่าให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการพอไหม
ตามมาตรา 11 ข้อความเพียงเท่านั้นอาจเข้านิยามได้ แต่สิ่งที่ทำให้ใช้งานได้จริงคือรายละเอียดที่ตามมา ทั้งสถาบันหรือข้อบังคับที่ใช้ จำนวนอนุญาโตตุลาการ ภาษา และสถานที่ เพราะเมื่อไม่ได้ตกลงไว้ ทุกข้อจะกลายเป็นข้อโต้แย้งรอบแรกก่อนจะเข้าเนื้อหาข้อพิพาท และเป็นช่วงที่เสียเวลามากที่สุด
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 11
- พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 14
