อนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ความรับผิดยังตามมา
สัญญาแฟรนไชส์และตัวแทนจำหน่ายที่เจ้าของแบรนด์เป็นผู้ร่าง มักกำหนดให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการนอกประเทศ ผู้ประกอบการไทยจึงมักโฟกัสที่ค่าใช้จ่ายในการไปสู้ ทั้งที่ประเด็นที่หนักกว่าคือความรับผิดที่ติดตัวมาตั้งแต่ก่อนถึงเวทีนั้น
เวทีเปลี่ยน แต่ความรับผิดไม่เปลี่ยน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 กำหนดว่า ตัวแทนที่ทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศนั้น ต้องรับผิดตามสัญญานั้นเอง แม้ทั้งชื่อและตัวการจะได้เปิดเผยแล้ว เว้นแต่ข้อความแห่งสัญญาจะแย้งกันกับความรับผิดของตัวแทน ความรับผิดนี้เกิดจากสถานะของคู่สัญญาและถิ่นที่อยู่ของตัวการ ไม่ได้เกิดจากข้อสัญญาเรื่องเวทีระงับข้อพิพาท
ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการทำอะไรได้ และทำอะไรไม่ได้
ข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการกำหนดว่าใครจะเป็นผู้ชี้ขาดและด้วยวิธีใด ไม่ได้กำหนดว่าใครต้องรับผิดตามกฎหมาย ผู้ประกอบการไทยที่เจรจาแก้ข้อสัญญาเรื่องเวทีได้สำเร็จ จึงยังอยู่กับคำถามตามมาตรา 824 เหมือนเดิม ในทางกลับกัน ข้อความแห่งสัญญาที่แย้งกันกับความรับผิดของตัวแทนต่างหาก คือสิ่งที่มาตรา 824 เปิดช่องไว้ และเป็นจุดที่ควรใช้แรงเจรจา
เมื่ออีกฝ่ายฟ้องศาลไทยแทน
แม้สัญญาจะกำหนดให้ไปอนุญาโตตุลาการ ก็ยังเกิดกรณีที่มีการฟ้องคดีต่อศาลไทย ในกรณีเช่นนั้น พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 14 ให้คู่สัญญาฝ่ายที่ถูกฟ้องยื่นคำร้องขอให้ศาลจำหน่ายคดี ไม่ช้ากว่าวันยื่นคำให้การหรือภายในระยะเวลาที่มีสิทธิยื่นคำให้การ กำหนดนี้สั้นและเดินคู่ไปกับกำหนดยื่นคำให้การ จึงมาถึงก่อนที่การหารือกับที่ปรึกษาต่างประเทศจะได้ข้อสรุป
การตัดสินใจที่ต้องทำเร็วกว่าที่คิด
เมื่อรวมสองเรื่องเข้าด้วยกัน จะเห็นว่าผู้ประกอบการไทยที่ถูกฟ้องต้องตัดสินใจสองชั้นในกรอบเวลาเดียวกัน ชั้นแรกคือจะยืนยันให้ไปอนุญาโตตุลาการตามสัญญาหรือไม่ ซึ่งต้องทำภายในกำหนดตามมาตรา 14 ชั้นที่สองคือจะต่อสู้เรื่องความรับผิดตามมาตรา 824 อย่างไร ซึ่งขึ้นกับถ้อยคำในสัญญาที่ลงนามไปแล้ว การเตรียมสองเรื่องนี้พร้อมกันตั้งแต่วันได้รับหมายจึงจำเป็น
สิ่งที่ควรดูตั้งแต่ก่อนเซ็น
เพราะความรับผิดตามมาตรา 824 ผูกกับสถานะของตัวการที่อยู่และมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ สิ่งที่ควรตรวจตั้งแต่ก่อนเซ็นจึงมีสองอย่างคู่กัน คือถ้อยคำในสัญญาที่กำหนดสถานะของคู่สัญญาไทยว่าเป็นตัวแทนหรือเป็นผู้ซื้อมาขายไปในนามตนเอง และข้อสัญญาเรื่องเวทีระงับข้อพิพาทพร้อมสถาบันและสถานที่ที่ระบุไว้ สองอย่างนี้ตอบคนละคำถาม และควรพิจารณาแยกกัน
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- สัญญาแฟรนไชส์หรือตัวแทนจำหน่ายฉบับที่ลงนาม
- ข้อสัญญาระงับข้อพิพาทพร้อมสถาบันและสถานที่
- ถิ่นที่อยู่และภูมิลำเนาของเจ้าของแบรนด์
- ถ้อยคำที่กำหนดสถานะของฝ่ายไทยในสัญญา
- หมายศาลและวันครบกำหนดยื่นคำให้การ ถ้าถูกฟ้องแล้ว
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ย้ายเวทีมาอนุญาโตตุลาการในไทยได้ ช่วยเรื่องความรับผิดไหม
การเปลี่ยนสถานที่หรือสถาบันเป็นเรื่องของเวทีและวิธีพิจารณา ส่วนมาตรา 824 ผูกความรับผิดไว้กับการที่ตัวการอยู่และมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ สองเรื่องนี้จึงแยกจากกัน การย้ายเวทีอาจช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายและความสะดวก แต่ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องความรับผิด ซึ่งต้องไปดูที่ถ้อยคำแห่งสัญญาว่าแย้งกันกับความรับผิดของตัวแทนหรือไม่
เจ้าของแบรนด์ฟ้องที่ศาลไทยเอง ทั้งที่สัญญาเขียนให้ไปอนุญาโตตุลาการ
กรณีนี้เป็นสิ่งที่มาตรา 14 รองรับไว้ คือให้ฝ่ายที่ถูกฟ้องยื่นคำร้องขอให้ศาลจำหน่ายคดี ไม่ช้ากว่าวันยื่นคำให้การหรือภายในระยะเวลาที่มีสิทธิยื่นคำให้การ สิ่งที่ต้องตัดสินใจให้เร็วคือจะใช้สิทธินั้นหรือจะสู้ในศาลไทยต่อไป เพราะแต่ละทางมีผลต่างกันทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ระยะเวลา และการบังคับตามผลในภายหลัง
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824
- พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 14
