ขอเพิกถอนคำชี้ขาด เก้าสิบวันและเหตุที่ใช้ได้
คำชี้ขาดที่แพ้มาไม่ได้อุทธรณ์กันเหมือนคำพิพากษา ทางเดียวที่มีคือขอให้ศาลเพิกถอน และเหตุที่ใช้ได้ไม่ใช่เรื่องว่าคณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดหรือไม่
เก้าสิบวัน นับจากวันได้รับสำเนา
พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 40 กำหนดว่า การคัดค้านคำชี้ขาดอาจทำได้โดยขอให้ศาลที่มีเขตอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาด โดยยื่นคำร้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันได้รับสำเนาคำชี้ขาด หรือถ้าเป็นกรณีที่มีการขอให้คณะอนุญาโตตุลาการแก้ไขหรือตีความคำชี้ขาดหรือชี้ขาดเพิ่มเติม ให้นับแต่วันที่ได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว การเก็บหลักฐานว่าได้รับสำเนาเมื่อใดจึงเป็นเรื่องสำคัญตั้งแต่วันแรก
เหตุที่ผู้ขอต้องพิสูจน์เอง
มาตรา 40 (1) วางเหตุที่ผู้ขอต้องพิสูจน์ไว้ห้าข้อ คือคู่สัญญาฝ่ายใดบกพร่องในเรื่องความสามารถ สัญญาอนุญาโตตุลาการไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายที่คู่พิพาทตกลงกันไว้หรือตามกฎหมายไทยเมื่อไม่มีข้อตกลง ไม่มีการแจ้งให้รู้ล่วงหน้าโดยชอบถึงการแต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการหรือการพิจารณา หรือไม่สามารถเข้าต่อสู้คดีได้เพราะเหตุอื่น คำชี้ขาดวินิจฉัยข้อพิพาทนอกขอบเขตหรือเกินขอบเขตของสัญญา และองค์ประกอบหรือกระบวนพิจารณาไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้
เหตุที่ศาลยกขึ้นเองได้
มาตรา 40 (2) กำหนดเหตุอีกสองข้อที่เป็นกรณีปรากฏต่อศาล คือคำชี้ขาดนั้นเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ไม่สามารถระงับโดยการอนุญาโตตุลาการได้ตามกฎหมาย หรือการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน สองข้อนี้ไม่ต้องรอให้คู่พิพาทยกขึ้น
สิ่งที่ไม่ใช่เหตุ
สิ่งที่ไม่ปรากฏในรายการของมาตรา 40 เลย คือการที่คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยข้อเท็จจริงหรือชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานไม่ตรงกับที่ฝ่ายแพ้เห็น นี่คือสิ่งที่แลกมากับความเร็วและความเป็นความลับของอนุญาโตตุลาการตั้งแต่ตอนที่ตกลงใส่ข้อสัญญากันไว้ และเป็นเหตุผลที่การวางรูปเรื่องตั้งแต่ชั้นอนุญาโตตุลาการสำคัญกว่าคดีในศาลเสียอีก
ทางที่ศาลอาจเลือกแทนการเพิกถอน
มาตรา 40 วรรคท้ายกำหนดว่า ในการพิจารณาคำร้องให้เพิกถอนคำชี้ขาด ถ้าคู่พิพาทยื่นคำร้องและศาลเห็นว่ามีเหตุผลสมควร ศาลอาจเลื่อนการพิจารณาคดีออกไปตามที่เห็นสมควร เพื่อให้คณะอนุญาโตตุลาการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เห็นสมควร เพื่อให้เหตุแห่งการเพิกถอนนั้นหมดสิ้นไป ผลจึงอาจไม่ใช่การเพิกถอน แต่เป็นการส่งกลับไปแก้
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- คำชี้ขาดฉบับที่ได้รับ พร้อมหลักฐานวันที่ได้รับ
- สัญญาอนุญาโตตุลาการและข้อบังคับของสถาบันที่ใช้
- เอกสารการแต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการและหนังสือแจ้งนัด
- บันทึกกระบวนพิจารณาและคำคู่ความในชั้นอนุญาโตตุลาการ
- คำขอให้แก้ไขหรือตีความคำชี้ขาด ถ้าเคยยื่นไว้
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ไม่เห็นด้วยกับที่อนุญาโตตุลาการชั่งน้ำหนักพยาน ขอเพิกถอนได้ไหม
เหตุตามมาตรา 40 ไม่ได้ครอบคลุมเรื่องนี้ ทั้ง (1) ที่ผู้ขอต้องพิสูจน์และ (2) ที่ศาลยกขึ้นเองได้ ล้วนเป็นเรื่องความสามารถของคู่สัญญา ความผูกพันของสัญญาอนุญาโตตุลาการ การแจ้งและโอกาสต่อสู้คดี ขอบเขตของคำชี้ขาด องค์ประกอบและกระบวนพิจารณา ความเป็นข้อพิพาทที่ระงับโดยอนุญาโตตุลาการได้ และความสงบเรียบร้อย ไม่มีข้อใดเป็นการทบทวนดุลพินิจในเนื้อหา
เพิ่งได้รับคำชี้ขาดมาสี่เดือนแล้ว
มาตรา 40 กำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันได้รับสำเนาคำชี้ขาด แต่ถ้ามีการขอให้คณะอนุญาโตตุลาการแก้ไขหรือตีความคำชี้ขาดหรือชี้ขาดเพิ่มเติม ให้นับแต่วันที่ได้ดำเนินการนั้นแล้ว จุดที่ต้องตรวจก่อนจึงเป็นว่ามีการยื่นคำขอเช่นว่านั้นไว้หรือไม่ และถ้าพ้นกำหนดจริง ประเด็นที่เหลืออาจอยู่ที่การต่อสู้ในชั้นบังคับคดีตามมาตรา 43 แทน
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 40
