บริการ / การบังคับคดีและสืบทรัพย์
สืบทรัพย์ลูกหนี้ ขอให้ศาลไต่สวนได้ตามมาตรา 277
เจ้าหนี้จำนวนมากหยุดอยู่แค่ตรงที่ไม่รู้ว่าลูกหนี้มีอะไร ทั้งที่กฎหมายให้เครื่องมือไว้แล้วสำหรับตอบคำถามข้อนี้โดยตรง และเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ตั้งแต่ยังไม่รู้อะไรเลย
เครื่องมือที่กฎหมายให้ไว้
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 277 วรรคหนึ่งกำหนดว่า ในการบังคับคดี ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับคดีมากกว่าที่ตนทราบ หรือมีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับคดีแต่ไม่ทราบว่าทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่หรือเก็บรักษาไว้ที่ใด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินใดเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เจ้าหนี้อาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องเพื่อให้ศาลทำการไต่สวนได้
อำนาจของศาลในการไต่สวน
มาตรา 277 วรรคสองให้ศาลมีอำนาจออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่เชื่อว่าอยู่ในฐานะที่จะให้ถ้อยคำอันจะเป็นประโยชน์มาศาลด้วยตนเองเพื่อการไต่สวน และมีอำนาจสั่งให้บุคคลนั้นส่งเอกสารหรือวัตถุพยานซึ่งอยู่ในความยึดถือหรืออำนาจของผู้นั้นอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ขอบเขตจึงกว้างกว่าการเรียกตัวลูกหนี้อย่างเดียว และไปถึงบุคคลที่รู้เรื่องทรัพย์สินของลูกหนี้ได้ด้วย
สามสถานการณ์ที่ใช้ได้
ถ้อยคำในวรรคหนึ่งครอบคลุมสามสถานการณ์ที่ต่างกัน หนึ่งคือเชื่อว่ามีทรัพย์มากกว่าที่รู้ สองคือรู้ว่ามีทรัพย์แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน และสามคือสงสัยว่าทรัพย์ที่เห็นอยู่เป็นของลูกหนี้จริงหรือไม่ สถานการณ์ที่สามมีประโยชน์มากในกรณีที่ลูกหนี้ใช้ทรัพย์อยู่แต่ใส่ชื่อผู้อื่นไว้ ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบบ่อยและตรวจจากทะเบียนอย่างเดียวไม่เห็น
ทำงานคู่กับการค้นจากทะเบียน
การไต่สวนตามมาตรา 277 ไม่ได้แทนที่การตรวจจากแหล่งข้อมูลทะเบียนต่าง ๆ แต่ใช้เมื่อการตรวจจากทะเบียนไปสุดทางแล้ว หรือเมื่อผลที่ได้ขัดกับสิ่งที่เห็นในความเป็นจริง การเตรียมคำร้องจึงควรแสดงให้ศาลเห็นว่าได้ทำอะไรมาแล้วบ้าง และเหตุอันสมควรเชื่อนั้นมาจากไหน ไม่ใช่ยื่นลอย ๆ
เวลาที่ต้องคำนึงถึงเสมอ
งานสืบทรัพย์เดินอยู่ภายใต้กำหนดสิบปีตามมาตรา 274 เสมอ การปล่อยให้เวลาผ่านไปหลายปีโดยไม่ทำอะไรจึงมีต้นทุนที่มองไม่เห็น เพราะเมื่อพบทรัพย์ในภายหลังแล้วกำหนดเวลาใกล้หมด การดำเนินการยึดหรืออายัดให้ทันอาจทำไม่ได้ การเริ่มสืบทรัพย์เร็วจึงมีค่ามากกว่าการเริ่มเมื่อพร้อม
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- คำพิพากษาและคำบังคับ
- ข้อมูลตัวลูกหนี้ ทั้งเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขนิติบุคคล
- ผลการตรวจค้นจากทะเบียนต่าง ๆ ที่ทำไปแล้ว
- ข้อมูลทรัพย์สินที่พบเห็นแต่ยังไม่ทราบว่าเป็นของใคร
- ชื่อบุคคลที่น่าจะรู้เรื่องทรัพย์สินของลูกหนี้
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
สืบเองไม่เจอเลย แปลว่าจบแล้วใช่ไหม
ไม่จำเป็น เพราะมาตรา 277 ออกแบบมาสำหรับสถานการณ์นี้โดยตรง คือกรณีที่เชื่อว่ามีทรัพย์มากกว่าที่ทราบ หรือไม่ทราบว่าทรัพย์อยู่ที่ใด สิ่งที่ต้องเตรียมคือเหตุอันสมควรเชื่อ ซึ่งอาจมาจากพฤติการณ์การใช้ชีวิตของลูกหนี้ การประกอบกิจการที่ยังดำเนินอยู่ หรือรายการที่ปรากฏในเอกสารเก่า
ทรัพย์ที่ลูกหนี้ใช้อยู่แต่ใส่ชื่อคนอื่น ทำอะไรได้
มาตรา 277 วรรคหนึ่งครอบคลุมกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินใดเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ไว้โดยเฉพาะ และวรรคสองให้ศาลเรียกบุคคลอื่นมาให้ถ้อยคำและสั่งให้ส่งเอกสารได้ด้วย เรื่องแบบนี้จึงมีทางเดินอยู่ แต่ต้องเตรียมพยานหลักฐานประกอบให้ศาลเห็นเหตุอันควรสงสัยเสียก่อน
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 และ 277
