บริการ / การบังคับคดีและสืบทรัพย์
งดกับถอนการบังคับคดี ต่างกันอย่างไร
งดการบังคับคดีกับถอนการบังคับคดีเป็นคนละเรื่องและอยู่คนละมาตรา อย่างแรกคือหยุดไว้ชั่วคราว อย่างหลังคือเลิกกระบวนการนั้น และในมาตราที่ว่าด้วยการถอนยังมีสองอนุมาตราที่หน้าตาคล้ายกันแต่ผลต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เหตุที่ทำให้ต้องงดการบังคับคดี
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีในสี่กรณี คือเมื่อศาลสั่งงดเพราะมีการยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่และได้แจ้งให้ทราบตามมาตรา 199 เบญจ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 207 เมื่อศาลสั่งงดและส่งคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแจ้งเป็นหนังสือว่าตกลงงดไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง และเมื่อเจ้าหนี้ผู้ขอบังคับคดีไม่ปฏิบัติตามมาตรา 154
การงดโดยความตกลงต้องมีความยินยอมครบ
มาตรา 289 (3) ไม่ได้ให้เจ้าหนี้ตกลงงดได้โดยลำพัง เพราะกำหนดว่าการแจ้งเป็นหนังสือว่าตกลงงดการบังคับคดีไว้ชั่วระยะเวลาที่กำหนดหรือภายในเงื่อนไขอย่างใด ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีด้วย การเจรจาที่ตกลงกันเพียงสองฝ่ายจึงอาจยังไม่พอที่จะทำให้การบังคับคดีหยุดลงได้
การงดเพราะมีคดีที่หักกลบลบหนี้กันได้
มาตรา 290 เปิดทางอีกทางหนึ่ง คือลูกหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำร้องต่อศาลให้งดการบังคับคดีไว้ โดยเหตุที่ตนได้ยื่นฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นในศาลเดียวกันนั้นไว้แล้ว ซึ่งศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาด และถ้าหากตนเป็นฝ่ายชนะจะไม่ต้องมีการยึด อายัด หรือขายทอดตลาด เพราะสามารถหักกลบลบหนี้กันได้ ถ้าศาลเห็นว่าข้ออ้างมีเหตุฟังได้ ศาลอาจสั่งงด และอาจสั่งให้วางเงินหรือหาประกันไว้ด้วยก็ได้ โดยคำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด
เหตุที่ทำให้ต้องถอนการบังคับคดี
มาตรา 292 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการบังคับคดีในเจ็ดกรณี ซึ่งรวมถึงเมื่อศาลสั่งถอนเพราะลูกหนี้ยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาและได้วางเงินต่อศาลพอชำระหนี้พร้อมค่าฤชาธรรมเนียม หรือหาประกันมาให้จนเป็นที่พอใจของศาล เมื่อคำพิพากษาถูกกลับหรือถูกยกหรือหมายบังคับคดีถูกเพิกถอน เมื่อศาลอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ เมื่อศาลสั่งถอนตามมาตรา 293 และเมื่อลูกหนี้วางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อชำระหนี้พร้อมค่าฤชาธรรมเนียม
สละสิทธิกับขอถอน สองอนุมาตราที่ต่างกันมาก
อนุมาตรา (6) และ (7) ของมาตรา 292 อ่านเผิน ๆ คล้ายกัน แต่ผลต่างกันอย่างสิ้นเชิง (6) คือเมื่อเจ้าหนี้แจ้งเป็นหนังสือว่าตนสละสิทธิในการบังคับคดี ซึ่งกฎหมายเติมไว้ว่า ในกรณีเช่นว่านี้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้นจะบังคับคดีแก่ลูกหนี้สำหรับหนี้นั้นอีกมิได้ ส่วน (7) คือเมื่อเจ้าหนี้แจ้งเป็นหนังสือว่าตนขอถอนการบังคับคดี ซึ่งไม่มีถ้อยคำปิดทางเช่นนั้น ถ้อยคำในหนังสือที่ส่งไปจึงมีน้ำหนักมากกว่าที่เห็น
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- หมายบังคับคดีและรายงานการยึดหรืออายัด
- คดีอื่นที่ฟ้องกันอยู่ระหว่างคู่ความเดียวกัน
- หลักฐานการวางเงินหรือหลักประกันที่เสนอต่อศาล
- หนังสือโต้ตอบกับเจ้าหนี้เรื่องการหยุดบังคับคดี
- รายชื่อบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
เจ้าหนี้ตกลงจะหยุดบังคับคดีให้ ต้องทำอย่างไร
มาตรา 289 (3) กำหนดให้เจ้าหนี้แจ้งเป็นหนังสือไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดี และต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีด้วย ข้อตกลงที่พูดกันไว้จึงยังไม่ทำให้การบังคับคดีหยุด สิ่งที่ทำให้หยุดคือหนังสือที่ส่งถึงเจ้าพนักงานบังคับคดีพร้อมความยินยอมที่ครบถ้วน
ตกลงกันได้แล้วจึงจะถอนการบังคับคดี
จุดที่ต้องระวังอยู่ที่ถ้อยคำ มาตรา 292 (6) ว่าด้วยการสละสิทธิในการบังคับคดี ซึ่งมีผลว่าเจ้าหนี้จะบังคับคดีแก่ลูกหนี้สำหรับหนี้นั้นอีกมิได้ ส่วน (7) ว่าด้วยการขอถอนการบังคับคดี ซึ่งไม่มีผลเช่นนั้น ทั้งสองฝ่ายจึงควรตรวจว่าหนังสือที่จะส่งใช้ถ้อยคำใด เพราะฝ่ายหนึ่งอาจต้องการผลตาม (6) ในขณะที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเพียง (7)
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292
