บริการ / การบังคับคดีและสืบทรัพย์

ขอเฉลี่ยทรัพย์ มีสิบห้าวันหลังขายทอดตลาด

เมื่อเจ้าหนี้รายอื่นยึดทรัพย์ของลูกหนี้ไปก่อนแล้ว เจ้าหนี้ที่มาทีหลังยึดซ้ำไม่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าหมดสิทธิ กฎหมายเปิดทางให้เข้าเฉลี่ยไว้ พร้อมกำหนดเวลาที่สั้นและเงื่อนไขหนึ่งข้อที่ศาลต้องพอใจก่อน

ห้ามยึดซ้ำ แต่ขอเฉลี่ยได้

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 326 กำหนดว่า เมื่อมีการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องอย่างใดของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อเอาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายหนึ่งแล้ว ห้ามไม่ให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่นดำเนินการให้มีการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้นซ้ำอีก แต่ให้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ขอให้มีคำสั่งให้ตนเข้าเฉลี่ยได้ตามส่วนแห่งจำนวนหนี้ตามคำพิพากษา

เงื่อนไขที่ศาลต้องพอใจก่อน

วรรคสองวางข้อจำกัดไว้ชัด ห้ามมิให้ศาลอนุญาตตามคำร้องเช่นว่านี้ เว้นแต่ศาลเห็นว่าผู้ยื่นคำร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ข้อนี้ทำให้การขอเฉลี่ยทรัพย์ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาโดยอัตโนมัติเพียงเพราะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องต้องแสดงให้เห็นว่าได้สืบหาทรัพย์สินอื่นแล้วและไม่พบทางอื่นที่จะได้รับชำระ

สิบห้าวัน และนับจากอะไร

กำหนดเวลาแยกตามวิธีบังคับคดี ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินเพื่อขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยวิธีอื่น ให้ยื่นคำร้องก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินได้ในครั้งนั้น ๆ ในกรณีที่อายัดสิทธิเรียกร้อง ให้ยื่นก่อนสิ้นสิบห้าวันนับแต่วันชำระเงินหรือวันที่มีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายสิทธิเรียกร้องนั้น และในกรณีที่ยึดเงิน ให้ยื่นก่อนสิ้นสิบห้าวันนับแต่วันยึด

เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องงดจ่ายเงินไว้

วรรคท้ายกำหนดว่า เมื่อได้ส่งสำเนาคำร้องดังกล่าวให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการจ่ายเงินหรือทรัพย์สินตามคำบังคับไว้จนกว่าศาลจะได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาด การส่งสำเนาคำร้องจึงเป็นขั้นตอนที่มีผลในตัวเอง ไม่ใช่เพียงพิธีการ เพราะเป็นสิ่งที่หยุดเงินไว้ระหว่างรอคำสั่ง เมื่อศาลมีคำสั่งประการใดและส่งให้ทราบแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ปฏิบัติไปตามคำสั่งนั้น

กรณีเจ้าพนักงานภาษีอากร

วรรคสามแยกกรณีเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยภาษีอากรหรือกฎหมายอื่นที่จะสั่งยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ได้เอง ถ้าได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้ว ให้มีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยได้โดยไม่อยู่ภายในบังคับของวรรคสอง คือไม่ต้องแสดงว่าเอาชำระจากทรัพย์สินอื่นไม่ได้ แต่ถ้ามิได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อน ก็ให้มีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยได้เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่น

PREPARE

สิ่งที่ควรเตรียม

  • คำพิพากษาและหมายบังคับคดีในคดีของตน
  • รายละเอียดคดีที่มีการยึดหรืออายัดไว้ก่อน
  • วันที่ขายทอดตลาด ชำระเงิน หรือยึดเงิน
  • หลักฐานการสืบหาทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้
  • ยอดหนี้ตามคำพิพากษาที่ยังค้างชำระ

QUESTIONS

คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้

  • ทำไมเอกสารเก่าจึงอ้างมาตรา 290 และสิบสี่วัน

    การขอเฉลี่ยทรัพย์เคยอยู่ที่มาตรา 290 และใช้กำหนดสิบสี่วัน ปัจจุบันอยู่ที่มาตรา 326 และกำหนดเป็นสิบห้าวัน ข้อควรระวังเป็นพิเศษคือเลขมาตรา 290 ยังมีอยู่ในประมวลกฎหมายฉบับปัจจุบัน แต่เป็นบทว่าด้วยการงดการบังคับคดีคนละเรื่องกัน การอ้างเลขเดิมจึงไปตกที่บทที่ยังใช้อยู่แต่ผิดเรื่อง ซึ่งตรวจพบยากกว่าการอ้างเลขที่ถูกยกเลิกไปแล้ว

  • ยื่นช้าไปสองสามวันจะยังทำอะไรได้

    ถ้อยคำในมาตรา 326 ใช้ว่าให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่กำหนดไว้ในแต่ละกรณี สิ่งที่ควรตรวจก่อนอย่างอื่นจึงเป็นว่าเหตุการณ์ที่ใช้เป็นจุดตั้งต้นเกิดขึ้นวันใดกันแน่ เพราะแต่ละวิธีบังคับคดีมีจุดตั้งต้นต่างกัน และในการขายทอดตลาดหลายครั้ง กำหนดจะนับแยกตามครั้งที่ขายได้ในครั้งนั้น ๆ

LAW

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 326

ปรึกษาเบื้องต้น

บอกมาว่าจะทำอะไรในประเทศไทย แล้วเราจะบอกว่าต้องขออนุญาตอะไรบ้าง

ติดต่อเรา

LINE · ไทย / English
WeChat QR code

WeChat · YACT - 金炜峰

สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อน