แชทเดียวกัน โอนสองครั้ง ได้คืนครั้งเดียว
คำถามที่ว่าแชทใช้แทนสัญญากู้ได้ไหม ตอบได้ดีที่สุดด้วยคดีเดียวที่ศาลฎีกาตัดสินการโอนเงินสองครั้งระหว่างคนคู่เดียวกัน ในแอปเดียวกัน ไปคนละทาง ครั้งหนึ่งได้เงินคืน อีกครั้งหนึ่งไม่ได้
เผยแพร่ 6 สิงหาคม 2569 · ปรับปรุง 14 สิงหาคม 2569
สองครั้งที่ต่างกันเพียงข้อความ
ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568 ผู้ให้กู้โอนเงินให้ผู้ยืมสองครั้งผ่านแอปพลิเคชันไลน์เดียวกัน ครั้งแรกโอน 200,000 บาท พร้อมพิมพ์ข้อความว่าให้ยืมแล้ว และอีกฝ่ายพิมพ์ตอบขอบคุณ ครั้งที่สองอีกเดือนเศษต่อมา โอน 100,000 บาท โดยในแชทมีเพียงบันทึกการโทรคุยกันสองครั้ง แล้วอีกฝ่ายส่งสติกเกอร์ที่มีข้อความขอบคุณครับกลับมาเจ็ดนาทีหลังเงินเข้าบัญชี ศาลตัดสินสองครั้งนี้ไปคนละทาง
ครั้งแรกเป็นหลักฐานการกู้ยืม
ครั้งแรกศาลฎีกาถือว่าข้อความที่พิมพ์ว่าให้ยืมแล้ว กับคำตอบขอบคุณของอีกฝ่าย เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง และมาตรา 9 วรรคหนึ่ง คู่ความไม่อุทธรณ์ในส่วนนี้ คดีจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
สติกเกอร์เป็นลายมือชื่อได้ ศาลรับข้อนี้
ส่วนครั้งที่สอง ผู้ให้กู้อ้างว่าสติกเกอร์ขอบคุณครับเป็นการลงลายมือชื่อตามมาตรา 9 ซึ่งศาลฎีกาไม่ได้ปฏิเสธข้อนี้ มาตรา 9 ให้ถือว่าได้มีการลงลายมือชื่อแล้ว ถ้าใช้วิธีการที่สามารถระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อ และสามารถแสดงเจตนาของเจ้าของลายมือชื่อเกี่ยวกับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับวิธีการที่เชื่อถือได้โดยเหมาะสมแก่วัตถุประสงค์ จุดที่คดีแพ้จึงไม่ได้อยู่ที่ลายมือชื่อ
จุดที่แพ้คือข้อความไม่มีความหมายว่ากู้ยืม
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเนื้อหาที่สนทนากันไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน แม้มาตรา 7 จะห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันเพียงเพราะข้อความนั้นอยู่ในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และแม้สติกเกอร์จะเป็นลายมือชื่อตามมาตรา 9 แต่ตามมาตรา 8 ข้อความนั้นต้องสามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยมีความหมายว่ากู้ยืมเงิน จึงจะเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ เมื่อไม่มีความหมายเช่นนั้น ก็บังคับให้ชำระหนี้ไม่ได้
ข้ออ้างว่าเคยกู้กันมาก่อน ศาลไม่รับ
ผู้ให้กู้อ้างต่อว่าเคยมีการกู้ยืม 200,000 บาท อยู่ในแชทเดียวกันมาก่อน จึงควรถือโดยปริยายว่าครั้งหลังก็เป็นการกู้ยืม ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่าการโอนครั้งหลังห่างจากครั้งแรกถึงเดือนเศษ ในช่วงเวลานั้นการสนทนาย่อมมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย แต่กลับไม่ปรากฏข้อความเชื่อมโยงไปถึงการกู้ยืมครั้งแรกเลย จึงไม่อาจถือว่าหลักฐานของครั้งแรกเป็นส่วนหนึ่งของครั้งหลังได้
หลักฐานที่มีอยู่แต่ยื่นไม่ทัน
ผู้ให้กู้ขออ้างส่งภาพหน้าจอที่มีข้อความต่อเนื่องเพิ่มเติมในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับ เพราะพยานหลักฐานนั้นน่าเชื่อว่าอยู่ในความครอบครองของผู้ให้กู้มาตั้งแต่ชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นแล้ว จึงต้องยื่นก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 195 บทเรียนในทางปฏิบัติจึงไม่ใช่แค่เก็บแชทไว้ แต่คือส่งให้ครบตั้งแต่ศาลชั้นต้น
AUTHORITY
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568
การโอนเงินสองครั้งในแชทเดียวกัน ครั้งที่มีข้อความว่าให้ยืมเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ ส่วนครั้งที่มีเพียงสติกเกอร์ขอบคุณไม่เป็น แม้สติกเกอร์จะถือเป็นลายมือชื่อตามมาตรา 9 แล้วก็ตาม เพราะข้อความต้องมีความหมายว่ากู้ยืมเงินตามมาตรา 8 ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2566
ข้อความสนทนาทางไลน์เป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์และเป็นหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อได้ แต่เมื่อข้อความที่นำสืบยังไม่พอฟังว่าเงินที่มอบให้เป็นเงินกู้ยืม ก็ไม่อาจถือเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินตามมาตรา 653 วรรคหนึ่ง
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
โอนเงินไปแล้วเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้พิมพ์อะไรไว้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568 ชี้ว่าข้อความต้องมีความหมายว่ากู้ยืมเงิน และปฏิเสธข้ออ้างที่ให้ถือโดยปริยายจากการกู้ยืมครั้งก่อนในแชทเดียวกัน สิ่งที่ยังทำได้จึงเป็นการสื่อสารกันใหม่ให้ปรากฏข้อความที่มีความหมายเช่นนั้น เช่นการทวงถามที่อีกฝ่ายตอบรับ ส่วนสลิปโอนเงินเพียงอย่างเดียวเป็นหลักฐานว่าเงินออกจากบัญชี ไม่ใช่หลักฐานว่าเป็นการกู้ยืม
เก็บแชทไว้ครบแล้ว ต้องทำอะไรอีก
ในคดีเดียวกัน ผู้ให้กู้มีภาพหน้าจอส่วนที่ต่อเนื่องอยู่ในมือ แต่ขออ้างส่งในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับเพราะควรยื่นก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคท้าย การเก็บไว้จึงยังไม่พอ ต้องยื่นให้ครบตั้งแต่ต้น และควรเก็บทั้งช่วงสนทนา ไม่ใช่เฉพาะข้อความที่คิดว่าสำคัญ
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653
- พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7
- พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8
- พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 9

