บทความ

พ้น 60 วัน ผู้ค้ำประกันไม่ได้หลุดทั้งหมด

เมื่อเจ้าหนี้บอกกล่าวช้ากว่าหกสิบวันนับแต่ลูกหนี้ผิดนัด ผู้ค้ำประกันมักเข้าใจว่าตนหลุดพ้นทั้งหมด คำพิพากษาศาลฎีกาปี 2562 หลายเรื่องตอบไว้ต่างจากนั้น และความต่างอยู่ที่การแยกหนี้ออกเป็นสองชนิด

ถ้อยคำที่ปลดเฉพาะบางส่วน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 ที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 กำหนดให้เจ้าหนี้ต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกัน และหากมิได้บอกกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้ บรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ถ้อยคำนี้ระบุสิ่งที่หลุดไว้เป็นรายการ ไม่ได้เขียนว่าหลุดพ้นจากหนี้ทั้งหมด

หนี้ประธานไม่อยู่ในรายการนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2562 เป็นคดีเช่าซื้อรถยนต์ ลูกหนี้ผิดนัดตั้งแต่พฤษภาคม 2558 เจ้าหนี้บอกกล่าวผู้ค้ำประกันเมื่อกุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งพ้นหกสิบวันไปมาก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นภายหลังพ้นกำหนด แต่หนี้ในการส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืน และหากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน เป็นหนี้ประธาน ผู้ค้ำประกันจึงไม่หลุดพ้นในส่วนนี้

เส้นแบ่งระหว่างหนี้ประธานกับอุปกรณ์

ในคดีเดียวกัน ศาลฎีกาแยกค่าขาดประโยชน์ออกมาว่าเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้ ผู้ค้ำประกันจึงหลุดพ้นเฉพาะส่วนที่เกิดขึ้นภายหลังพ้นกำหนดหกสิบวัน ผลจึงเป็นการแบ่งเป็นสามชั้นในคดีเดียว คือหนี้ประธานที่ไม่หลุดเลย อุปกรณ์แห่งหนี้ที่หลุดเฉพาะส่วนที่เกิดหลังพ้นกำหนด และอุปกรณ์ส่วนที่เกิดก่อนพ้นกำหนดซึ่งยังคงอยู่ การคำนวณจึงต้องแยกตามวันที่เกิดหนี้แต่ละรายการ

บอกกล่าวช้า ไม่ได้แปลว่าฟ้องไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2562 ระบุไว้ชัดว่า เมื่อเจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวและบอกเลิกสัญญาไปยังผู้ค้ำประกันแล้ว เจ้าหนี้จึงมีอำนาจฟ้องผู้ค้ำประกัน แม้จะเป็นการบอกกล่าวล่วงพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดก็ตาม การพ้นกำหนดจึงกระทบขอบเขตความรับผิด ไม่ได้กระทบอำนาจฟ้อง ผู้ค้ำประกันที่ตั้งรับด้วยประเด็นอำนาจฟ้องเพียงอย่างเดียวจึงเสี่ยงที่จะพลาดประเด็นที่ใช้ได้จริง

สัญญาที่ทำก่อนกฎหมายแก้ไข

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5789/2562 และ 5788/2562 แยกไว้สองชั้น สำหรับสัญญาค้ำประกันที่ทำก่อนพระราชบัญญัติฉบับที่ 20 ใช้บังคับ เมื่อพระราชบัญญัติไม่ได้บัญญัติการใช้บังคับมาตรา 681/1 ไว้เป็นอย่างอื่น ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมจึงยังใช้บังคับได้ ส่วนมาตรา 686 ที่แก้ไขใหม่นั้น มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ใช้บังคับนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ วันที่ทำสัญญากับวันที่ลูกหนี้ผิดนัดจึงต้องดูแยกกัน

ก่อนแก้กฎหมาย ผลต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ภายใต้มาตรา 686 เดิม คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3493/2525 วางไว้ว่าเมื่อลูกหนี้ผิดนัดลงเมื่อใด เจ้าหนี้ชอบที่จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้แต่นั้น แม้ผู้ค้ำประกันจะมิได้รับหนังสือทวงถาม ผู้ค้ำประกันก็หาหลุดพ้นจากความรับผิดไม่ การแก้ไขเมื่อ พ.ศ. 2557 จึงเป็นการเปลี่ยนหลักในเรื่องนี้จริง แต่เปลี่ยนเท่าที่ถ้อยคำใหม่ระบุไว้ ซึ่งคือดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และอุปกรณ์แห่งหนี้ที่เกิดหลังพ้นกำหนด

AUTHORITY

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2562

    บอกกล่าวพ้น 60 วัน ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นภายหลัง และค่าขาดประโยชน์ซึ่งเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้ แต่หนี้ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทนเป็นหนี้ประธาน ผู้ค้ำประกันไม่หลุดพ้น

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2562

    แม้บอกกล่าวล่วงพ้นกำหนด 60 วัน เมื่อเจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวและบอกเลิกสัญญาไปยังผู้ค้ำประกันแล้ว เจ้าหนี้ย่อมมีอำนาจฟ้องผู้ค้ำประกัน

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5789/2562

    สัญญาค้ำประกันที่ทำก่อนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับ ข้อสัญญาให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมยังใช้บังคับได้ ส่วนมาตรา 686 ที่แก้ไขใหม่ใช้บังคับนับแต่วันที่พระราชบัญญัติใช้บังคับตามมาตรา 19

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3493/2525

    ภายใต้มาตรา 686 เดิม เมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้เรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ได้แต่นั้น แม้ผู้ค้ำประกันมิได้รับหนังสือทวงถามก็ไม่หลุดพ้นจากความรับผิด

QUESTIONS

คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้

  • เจ้าหนี้บอกกล่าวช้า ผู้ค้ำประกันควรตั้งรับอย่างไร

    ประเด็นที่ใช้ได้จริงคือขอบเขตความรับผิด ไม่ใช่อำนาจฟ้อง เพราะคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5788/2562 ยืนยันว่าเจ้าหนี้ยังฟ้องได้ สิ่งที่ควรทำคือแยกรายการหนี้ออกเป็นหนี้ประธานกับอุปกรณ์แห่งหนี้ แล้วระบุวันที่ของแต่ละรายการ เพราะมาตรา 686 วรรคสองปลดเฉพาะอุปกรณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังพ้นกำหนดหกสิบวันเท่านั้น

  • ส่งหนังสือไปแล้วแต่ผู้ค้ำประกันไม่มารับ

    คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2562 พิจารณาข้อสัญญาที่ผู้ค้ำประกันยอมผูกพันให้ถือว่าหนังสือที่ส่งไปยังที่อยู่ตามสัญญาเป็นการส่งโดยชอบ ไม่ว่าจะถึงตัวหรือไม่ และวินิจฉัยว่าแม้ไปรษณีย์คืนหนังสือเพราะไม่มารับภายในกำหนด ก็ต้องถือว่าได้รับโดยชอบแล้ว ถ้อยคำของข้อสัญญาเรื่องการส่งหนังสือจึงเป็นสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายควรอ่านตั้งแต่ก่อนลงนาม

LAW

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1
  • พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มาตรา 19

ปรึกษาเบื้องต้น

บอกมาว่าจะทำอะไรในประเทศไทย แล้วเราจะบอกว่าต้องขออนุญาตอะไรบ้าง

ติดต่อเรา

LINE · ไทย / English
WeChat QR code

WeChat · YACT - 金炜峰

สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อน