รับค่าชดเชยไปแล้ว ยังฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้
ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างเพราะบริษัทปรับโครงสร้าง มักได้รับเงินก้อนหนึ่งพร้อมหนังสือที่เขียนว่าจ่ายครบตามกฎหมายแล้ว คำถามที่ตามมาคือครบจริงหรือไม่ และคำตอบขึ้นกับว่าเงินก้อนนั้นคือเงินอะไร
เผยแพร่ 6 สิงหาคม 2569 · ปรับปรุง 14 สิงหาคม 2569
เงินสามก้อนที่ตั้งอยู่บนกฎหมายคนละฉบับ
ค่าชดเชยมาจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 คำนวณตามอายุงาน สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ามาจากมาตรา 17/1 คำนวณจากรอบการจ่ายค่าจ้าง ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมมาจากพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 ซึ่งเป็นคนละฉบับกัน สองก้อนแรกคำนวณได้จากตัวเลข ส่วนก้อนที่สามศาลเป็นผู้กำหนดจากพฤติการณ์
ศาลฎีกาตอบคำถามนี้ไว้ตรง ๆ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2544 วางไว้ว่า แม้นายจ้างได้จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยพิเศษให้แก่ลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและตามข้อบังคับการทำงานครบถ้วนแล้วก็ตาม ก็เป็นเงินต่าง ๆ ที่นายจ้างต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างในการเลิกจ้างกรณีปกติ มิใช่เป็นการจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากการกระทำอันไม่เป็นธรรม การจ่ายครบตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานจึงไม่ได้ปิดคำถามเรื่องความเป็นธรรมของการเลิกจ้าง
ปรับโครงสร้างเพื่อให้แข่งขันได้ ไม่ใช่ความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในคดีเดียวกัน นายจ้างนำระบบคอมพิวเตอร์ใหม่มาใช้แล้วลดจำนวนพนักงานลง ศาลฎีกาเห็นว่าขณะเลิกจ้างนายจ้างยังดำเนินกิจการได้เป็นปกติ มิได้ประสบภาวะขาดทุนจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ การเลิกจ้างเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ จึงมิใช่ความจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้เพื่อให้กิจการดำรงอยู่ต่อไป เส้นแบ่งจึงไม่ได้อยู่ที่ว่ามีเหตุผลทางธุรกิจหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเลี่ยงได้หรือไม่
นายจ้างยกเหตุอื่นในชั้นสู้คดีได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4440/2547 วางไว้ว่า ข้อห้ามที่นายจ้างจะยกเหตุตามมาตรา 119 ขึ้นอ้างภายหลังเมื่อไม่ได้ระบุไว้ในหนังสือบอกเลิกจ้าง ไม่รวมถึงข้อต่อสู้ในกรณีลูกจ้างฟ้องว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เพราะการวินิจฉัยตามมาตรา 49 ศาลต้องพิจารณาเหตุแห่งการเลิกจ้างว่ามีเหตุอันสมควรหรือไม่ ซึ่งอาจไม่ใช่เหตุตามมาตรา 119 ก็ได้ ลูกจ้างจึงไม่ควรตั้งความหวังไว้ที่ถ้อยคำในหนังสือเลิกจ้างเพียงอย่างเดียว
ข้อที่ทำให้แพ้ทั้งที่มีสิทธิ
เมื่อเงินสองชุดนี้แยกจากกันในทางสิทธิ หลายคนจึงเข้าใจว่าฟ้องแยกกันได้ แนวคำพิพากษาไม่ได้เป็นเช่นนั้น การฟ้องเรียกค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าไปคดีหนึ่งจนถึงที่สุด แล้วมาฟ้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมอีกคดีหนึ่ง ถือเป็นการฟ้องโดยอาศัยเหตุจากการเลิกจ้างเดียวกันเป็นมูล ซึ่งอาจยกขึ้นได้ตั้งแต่คดีแรก จึงเป็นฟ้องซ้ำ สิทธิที่มีอยู่จริงจึงหายไปด้วยเหตุทางวิธีพิจารณา ไม่ใช่เพราะเนื้อหา
ลำดับที่ควรทำ
สิ่งที่ตามมาในทางปฏิบัติคือควรตัดสินใจเรื่องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมให้เสร็จก่อนยื่นฟ้องเรียกเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่ใช่หลังจากนั้น การรับเงินที่นายจ้างจ่ายมาเป็นคนละเรื่องกับการฟ้อง และไม่ได้ทำให้สิทธิตามมาตรา 49 หายไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2544 แต่การเลือกว่าจะฟ้องอะไรบ้างในคำฟ้องฉบับแรก เป็นการตัดสินใจที่ย้อนกลับไปแก้ไม่ได้
AUTHORITY
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2544
เงินที่จ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นเงินที่ต้องจ่ายในการเลิกจ้างกรณีปกติ มิใช่ค่าเสียหายจากการกระทำอันไม่เป็นธรรม และการปรับปรุงระบบงานเพื่อให้แข่งขันได้ มิใช่ความจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4440/2547
ข้อห้ามยกเหตุตามมาตรา 119 ขึ้นอ้างภายหลัง ไม่รวมถึงข้อต่อสู้ในคดีที่ลูกจ้างฟ้องว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7683-7693/2548
การตัดทอนขั้นตอนการผลิตโดยซื้อวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปมาใช้ ไม่ใช่การปรับปรุงกระบวนการผลิตเนื่องจากการนำเครื่องจักรมาใช้ตามมาตรา 121 วรรคหนึ่ง
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
เซ็นรับเงินและเซ็นหนังสือว่าไม่ติดใจแล้ว
การรับเงินกับการสละสิทธิเป็นคนละเรื่อง และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2544 ชี้ว่าเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นเงินที่ต้องจ่ายในการเลิกจ้างกรณีปกติอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องดูคือถ้อยคำในเอกสารที่เซ็นไปว่าครอบคลุมสิทธิใดบ้าง และเซ็นในสถานการณ์อย่างไร ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องดูเป็นรายกรณี
บริษัทขาดทุนจริง ยังฟ้องได้ไหม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2544 แยกไว้ว่ากรณีที่นายจ้างประสบภาวะขาดทุนจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างปกติ ต่างจากกรณีที่ปรับปรุงระบบงานเพื่อให้แข่งขันได้ดีขึ้น สิ่งที่ต้องพิสูจน์จึงเป็นสภาพของกิจการในขณะเลิกจ้าง ไม่ใช่คำอธิบายที่ปรากฏในหนังสือเลิกจ้าง
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 121
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49

