กฎหมายว่าอย่างไร
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 วางหลักไว้ว่า ถ้าศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างลูกจ้างผู้นั้นไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ศาลอาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานต่อไปในอัตราค่าจ้างที่ได้รับในขณะที่เลิกจ้าง แต่ถ้าศาลเห็นว่าทั้งสองฝ่ายไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ ศาลจะกำหนดค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้แทน
ศาลคำนวณค่าเสียหายจากอะไร
มาตรา 49 ระบุสิ่งที่ศาลต้องนำมาประกอบการพิจารณาไว้ห้าอย่าง คือ อายุของลูกจ้าง ระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง และเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ข้อสุดท้ายนี้สำคัญ เพราะแปลว่าค่าชดเชยที่ได้ไปแล้วไม่ได้ตัดสิทธิ แต่เป็นปัจจัยหนึ่งที่ศาลชั่งน้ำหนัก
เส้นแบ่งระหว่างเลิกจ้างชอบด้วยกฎหมายกับเลิกจ้างที่เป็นธรรม
การเลิกจ้างอาจชอบด้วยกฎหมายในแง่ที่นายจ้างจ่ายเงินครบทุกก้อน แต่ยังไม่เป็นธรรมได้ ถ้าเหตุที่ยกมาอ้างไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง หรือไม่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับผลที่ตกกับลูกจ้าง ในทางกลับกัน การเลิกจ้างที่มีเหตุผลหนักแน่นและดำเนินการตามขั้นตอน แม้ลูกจ้างจะเสียหาย ก็อาจเป็นธรรมได้ คดีจึงตัดสินกันที่เหตุผลและพยานหลักฐาน ไม่ใช่ที่จำนวนเงินที่จ่ายไป
เรื่องขึ้นศาลไหน และเริ่มอย่างไร
ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต้องฟ้องต่อศาลแรงงาน ไม่ใช่เรื่องที่พนักงานตรวจแรงงานสั่งได้ ต่างจากค่าชดเชยและค่าจ้างค้างจ่ายซึ่งยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานก็ได้ ในทางปฏิบัติหลายเรื่องจึงต้องเดินสองทางคู่กัน และการเลือกทางตั้งแต่ต้นมีผลต่อรูปคดีทั้งเรื่อง
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- หนังสือเลิกจ้าง หรือข้อความที่นายจ้างแจ้งให้ออก
- สัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
- หนังสือตักเตือนทุกฉบับที่เคยได้รับ
- สลิปเงินเดือนย้อนหลังและหลักฐานการจ่ายเงินครั้งสุดท้าย
- ผลประเมินการทำงานและอีเมลที่เกี่ยวกับผลงาน
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ได้ค่าชดเชยแล้วยังฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ไหม
ได้ เพราะเป็นเงินคนละก้อนที่ตั้งอยู่บนกฎหมายคนละฉบับ ค่าชดเชยมาจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมมาจากพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 แต่ต้องระวังเอกสารที่ลงชื่อตอนรับเงิน ถ้าเป็นหนังสือสละสิทธิเรียกร้องทุกประการ จะเป็นประเด็นที่ต้องต่อสู้กันเพิ่ม
ศาลจะสั่งให้กลับเข้าทำงานจริงหรือ
มาตรา 49 ให้อำนาจศาลสั่งได้ แต่กฎหมายเปิดทางไว้ด้วยว่าถ้าศาลเห็นว่าลูกจ้างกับนายจ้างไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ ให้กำหนดค่าเสียหายแทน ในทางปฏิบัติเมื่อคดีสู้กันมาถึงชั้นศาลแล้ว ความสัมพันธ์มักเสียไปจนกลับไปทำงานด้วยกันได้ยาก
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
