บริการ / คดีแรงงาน

สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า คิดอย่างไร

เงินก้อนนี้ไม่ใช่ค่าชดเชย และไม่ได้คิดจากอายุงาน แต่คิดจากรอบการจ่ายค่าจ้าง คนจำนวนมากจึงคำนวณผิดตั้งแต่ต้น

หลักการบอกกล่าว

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วางหลักไว้ว่า ถ้าสัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา ฝ่ายที่จะเลิกสัญญาต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายทราบเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้า แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน และกฎหมายระบุชัดว่าสัญญาจ้างทดลองงานถือเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาด้วย

ทำไมจึงไม่ใช่สามสิบวันเสมอไป

เพราะจุดอ้างอิงคือกำหนดจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่จำนวนวัน ถ้าจ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือนและนายจ้างบอกเลิกกลางเดือน การบอกกล่าวนั้นยังไม่ทันรอบที่จะถึง จึงต้องไปมีผลอีกรอบหนึ่งถัดไป ระยะเวลาที่ได้จริงจึงยาวกว่าสามสิบวัน ส่วนกรณีที่จ่ายค่าจ้างเดือนละสองครั้ง ระยะเวลาก็สั้นลงตามไปด้วย

จ่ายแทนการทำงานจนครบกำหนด

เรื่องนี้อยู่สองมาตราและมักถูกพูดรวมกัน กรณีแรกคือนายจ้างบอกกล่าวถูกต้องแล้ว มาตรา 17 วรรคสามให้สิทธิจ่ายค่าจ้างตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าว แล้วให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีได้ กรณีที่สองคือนายจ้างไม่บอกกล่าวเลย ซึ่งเป็นเรื่องของมาตรา 17/1 โดยเฉพาะ ทั้งสองทางเงินก้อนนี้เท่ากับค่าจ้างของช่วงเวลาที่ควรจะได้ทำงานต่อ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว

มาตรา 17/1 และวันที่ต้องจ่าย

มาตรา 17/1 ใช้กับกรณีที่นายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 วรรคสอง ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างเป็นจำนวนเท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างควรจะได้รับนับแต่วันที่ให้ลูกจ้างออกจากงานจนถึงวันที่การเลิกสัญญาจ้างมีผลตามมาตรา 17 วรรคสอง โดยให้จ่ายในวันที่ให้ลูกจ้างออกจากงาน ถ้อยคำสุดท้ายคือส่วนที่ใช้ได้จริงที่สุด เพราะกำหนดวันจ่ายไว้ที่วันออกจากงาน ไม่ใช่รอบเงินเดือนถัดไปหรือหลังเคลียร์งานเสร็จ และมาตรา 9 วางการไม่จ่ายเงินก้อนนี้ไว้ในบทเดียวกับการไม่จ่ายค่าจ้างและค่าชดเชย คือดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปีในระหว่างผิดนัด และเงินเพิ่มอีกร้อยละสิบห้าทุกเจ็ดวันหากจงใจไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร

กรณีที่ไม่ต้องบอกกล่าว

มาตรา 17 วรรคท้ายระบุว่าการบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ใช้บังคับแก่การเลิกจ้างตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และมาตรา 583 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พูดง่าย ๆ คือกรณีที่ลูกจ้างกระทำผิดร้ายแรงตามที่กฎหมายกำหนด นายจ้างเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวและไม่ต้องจ่ายเงินก้อนนี้

กรณีปรับโครงสร้างเพราะเทคโนโลยี

มาตรา 121 แยกออกมาต่างหาก ถ้านายจ้างเลิกจ้างเพราะปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิต การจำหน่าย หรือการบริการ อันเนื่องมาจากการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเหตุให้ต้องลดจำนวนลูกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งวันที่จะเลิกจ้าง เหตุผล และรายชื่อลูกจ้าง ต่อพนักงานตรวจแรงงานและต่อลูกจ้าง ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ถ้าไม่แจ้งหรือแจ้งช้ากว่านั้น ต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหกสิบวัน

PREPARE

สิ่งที่ควรเตรียม

  • หนังสือบอกกล่าวหรือหนังสือเลิกจ้าง พร้อมวันที่ที่ได้รับ
  • รอบการจ่ายค่าจ้าง ว่าจ่ายวันไหนของเดือน
  • สลิปเงินเดือนที่แสดงค่าจ้างอัตราสุดท้าย
  • สัญญาจ้าง โดยเฉพาะข้อว่าด้วยการบอกเลิก

QUESTIONS

คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้

  • ทดลองงานอยู่ ถูกให้ออกต้องได้เงินก้อนนี้ไหม

    มาตรา 17 วรรคสองระบุไว้ชัดว่าให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาด้วย หลักการบอกกล่าวล่วงหน้าจึงใช้กับลูกจ้างทดลองงานเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นเรื่องความผิดร้ายแรง

  • นายจ้างบอกด้วยวาจาใช้ได้ไหม

    มาตรา 17 วรรคสองใช้คำว่าบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือ การแจ้งด้วยวาจาจึงมีปัญหาในแง่รูปแบบ และในทางปฏิบัติยังทำให้พิสูจน์วันที่ได้ยากด้วย ซึ่งเป็นวันที่ใช้ตั้งต้นคำนวณเงินก้อนนี้ทั้งหมด

LAW

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 และมาตรา 17/1
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9, 119 และ 121
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583

ปรึกษาเบื้องต้น

บอกมาว่าจะทำอะไรในประเทศไทย แล้วเราจะบอกว่าต้องขออนุญาตอะไรบ้าง

ติดต่อเรา

LINE · ไทย / English
WeChat QR code

WeChat · YACT - 金炜峰

สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อน