อายุความ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (9) กำหนดว่าสิทธิเรียกร้องของลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายวัน รวมทั้งผู้ฝึกหัดงาน ในการเรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น มีอายุความสองปี นี่คือเส้นตายที่ตัดสิทธิได้จริง และเป็นเหตุผลที่เรื่องค่าจ้างค้างจ่ายไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
สองทางที่เดินได้
ทางแรกคือยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายและมีอำนาจออกคำสั่งให้นายจ้างจ่าย ทางที่สองคือฟ้องต่อศาลแรงงานโดยตรง แต่ละทางมีข้อดีต่างกัน และมีข้อควรระวังคือเมื่อเลือกยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานในเรื่องใดแล้ว จะนำเรื่องเดียวกันไปฟ้องศาลพร้อมกันไม่ได้ ต้องรอผลก่อน การเลือกทางจึงควรตัดสินใจตั้งแต่ต้นโดยดูจากรูปเรื่องทั้งหมด
หลักฐานที่ใช้ได้จริง
บันทึกเวลาเข้าออกงานเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด แต่มักอยู่ในมือนายจ้าง สิ่งที่ลูกจ้างเก็บเองได้คือตารางเวร ใบอนุมัติล่วงเวลา ข้อความสั่งงานนอกเวลา อีเมลที่ส่งตอนดึก และภาพถ่ายตารางการทำงานที่ติดไว้ในที่ทำงาน สลิปเงินเดือนก็สำคัญ เพราะแสดงว่าเคยจ่ายค่าล่วงเวลาในอัตราใดมาก่อน ซึ่งใช้เทียบกับเดือนที่ไม่ได้จ่ายได้
เก็บข้อความไว้ทั้งบทสนทนา
ข้อความติดต่อระหว่างกันเป็นหลักฐานที่ใช้ได้ แต่ควรเก็บไว้ทั้งบทสนทนา ไม่ใช่เฉพาะช่วงที่เป็นประโยชน์ เพราะฝ่ายตรงข้ามมักมีบทสนทนาฉบับเต็มอยู่แล้ว และการตัดมาเฉพาะบางส่วนทำให้ความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานทั้งชุดเสียไป
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- สลิปเงินเดือนย้อนหลังเท่าที่มี
- ตารางเวรหรือตารางการทำงาน
- ใบอนุมัติทำงานล่วงเวลา และข้อความสั่งงานนอกเวลา
- บันทึกเวลาเข้าออกงานเท่าที่เข้าถึงได้
- สัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ลาออกไปแล้วสองปีกว่า ยังทวงได้ไหม
สิทธิเรียกร้องค่าจ้างมีอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (9) แต่จุดเริ่มนับและเงินแต่ละก้อนไม่เหมือนกันเสมอไป และมีเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงได้ เรื่องที่ดูเหมือนขาดอายุความแล้วจึงควรให้ดูข้อเท็จจริงก่อนสรุป
นายจ้างบอกว่าเป็นพนักงานรายเดือนจึงไม่มีค่าล่วงเวลา จริงไหม
การจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนไม่ได้ทำให้สิทธิเรื่องค่าล่วงเวลาหายไปโดยอัตโนมัติ สิ่งที่ต้องดูคือลักษณะงานและตำแหน่งที่ทำจริง เพราะพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ยกเว้นลูกจ้างบางลักษณะไว้ ไม่ใช่ยกเว้นตามวิธีจ่ายเงิน ข้ออ้างที่ผูกกับรูปแบบการจ่ายเพียงอย่างเดียวจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (9)
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522
