สามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 125 วรรคหนึ่งกำหนดว่า เมื่อพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งตามมาตรา 124 แล้ว ถ้านายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่พอใจคำสั่งนั้น ให้นำคดีไปสู่ศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง สิทธินี้จึงมีทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายที่แพ้ในชั้นพนักงานตรวจแรงงาน
ปล่อยไว้แล้วคำสั่งเป็นที่สุด
มาตรา 125 วรรคสองกำหนดว่า ในกรณีที่นายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนด ให้คำสั่งนั้นเป็นที่สุด คำว่าเป็นที่สุดหมายความว่าโต้แย้งเนื้อหาไม่ได้อีก ไม่ใช่เพียงเสียโอกาสอุทธรณ์ ผลจึงต่างจากการปล่อยกำหนดเวลาในคดีทั่วไปมาก
เงื่อนไขที่ผูกไว้กับนายจ้าง
มาตรา 125 วรรคสามกำหนดว่า ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายนำคดีไปสู่ศาล นายจ้างต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งนั้น จึงจะฟ้องคดีได้ นี่เป็นเงื่อนไขของการฟ้อง ไม่ใช่เรื่องที่ค่อยจัดการภายหลัง นายจ้างที่ตั้งใจจะโต้แย้งจึงต้องเตรียมทั้งคำฟ้องและเงินให้พร้อมภายในสามสิบวันเดียวกัน
เงินที่วางไว้ไปไหนต่อ
มาตรา 125 วรรคท้ายกำหนดว่า เมื่อคดีถึงที่สุดและนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินจำนวนใดให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย ให้ศาลมีอำนาจจ่ายเงินที่นายจ้างวางไว้ต่อศาลให้แก่บุคคลเหล่านั้นได้ เงินที่วางจึงไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่หายไป แต่เป็นเงินที่รอผลคดีอยู่ และเป็นเหตุผลที่การประเมินโอกาสก่อนตัดสินใจฟ้องมีน้ำหนักในทางการเงินโดยตรง
เลือกทางตั้งแต่ต้นให้ถูก
ในทางปฏิบัติ ลูกจ้างมักเลือกยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพราะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่กระบวนการนี้ครอบคลุมเฉพาะเงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมต้องฟ้องศาลแรงงานต่างหาก เรื่องที่มีทั้งสองส่วนจึงต้องวางแผนตั้งแต่แรกว่าจะเดินทางใดก่อน เพราะลำดับที่เลือกมีผลต่อรูปคดีทั้งเรื่อง
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- คำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน พร้อมวันที่ได้รับ
- คำร้องและเอกสารที่ยื่นไว้ในชั้นพนักงานตรวจแรงงาน
- บันทึกถ้อยคำที่ให้ไว้ในชั้นสอบสวน
- หลักฐานค่าจ้างและอายุงาน
- ประมาณการยอดเงินตามคำสั่ง ถ้าเป็นฝ่ายนายจ้าง
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ทราบคำสั่งมาสี่สิบวันแล้ว ยังโต้แย้งได้ไหม
มาตรา 125 วรรคสองกำหนดว่า ถ้าไม่นำคดีไปสู่ศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง ให้คำสั่งนั้นเป็นที่สุด ประเด็นที่ยังต้องตรวจคือวันที่ถือว่าทราบคำสั่งคือวันใดจริง ๆ ซึ่งผูกกับวิธีการส่งคำสั่งและหลักฐานการรับ จึงควรให้ดูเอกสารการส่งก่อนสรุปว่าพ้นกำหนดแล้ว
เป็นนายจ้าง ไม่อยากวางเงินก้อนใหญ่ ฟ้องโดยไม่วางได้ไหม
มาตรา 125 วรรคสามเขียนไว้ว่านายจ้างต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งนั้น จึงจะฟ้องคดีได้ การวางเงินจึงเป็นเงื่อนไขของการฟ้อง ไม่ใช่ทางเลือก สิ่งที่พิจารณากันได้คือจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งนั้นคือเท่าใดกันแน่ ซึ่งบางครั้งไม่ตรงกับตัวเลขที่นายจ้างเข้าใจ
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 124 และ 125
