บริการ / คดีแรงงาน

เจ็บจากงานกับเจ็บนอกงาน คนละกองทุน

คำถามแรกในเรื่องนี้ไม่ใช่ได้เท่าไร แต่เป็นเรื่องนี้เข้ากองทุนไหน เพราะกฎหมายสองฉบับวางอัตราและเงื่อนไขไว้คนละแบบ และเส้นแบ่งอยู่ที่คำว่าเนื่องจากการทำงานเพียงคำเดียว

เส้นแบ่งอยู่ที่คำนิยาม

พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 5 นิยามคำว่าประสบอันตรายไว้ว่า การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายแก่กายหรือผลกระทบแก่จิตใจ หรือถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานหรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือตามคำสั่งของนายจ้าง ส่วนเจ็บป่วยหมายถึงการเจ็บป่วยหรือถึงแก่ความตายด้วยโรคซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานหรือเนื่องจากการทำงาน ถ้อยคำเหล่านี้กว้างกว่าที่หลายคนคิด เพราะรวมผลกระทบแก่จิตใจ และรวมการทำตามคำสั่งของนายจ้างไว้ด้วย

อัตราค่าทดแทนตามมาตรา 18

มาตรา 18 กำหนดค่าทดแทนเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละเจ็ดสิบของค่าจ้างรายเดือนในทุกกรณี โดยต่างกันที่ระยะเวลา กรณีไม่สามารถทำงานได้ จ่ายตั้งแต่วันแรกไปตลอดระยะเวลาที่ไม่สามารถทำงานได้ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปี กรณีสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย จ่ายตามระยะเวลาที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด แต่ต้องไม่เกินสิบปี กรณีทุพพลภาพ จ่ายตามประเภทและระยะเวลาที่ประกาศกำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าปี และกรณีถึงแก่ความตายหรือสูญหาย มีกำหนดสิบปี

เพดานบนและพื้นล่างที่ไม่ได้อยู่ในตัวบท

วรรคท้ายของมาตรา 18 กำหนดว่าค่าทดแทนต้องไม่น้อยกว่าค่าทดแทนรายเดือนต่ำสุด และไม่มากกว่าค่าทดแทนรายเดือนสูงสุดตามที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด ตัวเลขจริงจึงอยู่ในประกาศ ไม่ได้อยู่ในพระราชบัญญัติ ผู้ที่คำนวณจากร้อยละเจ็ดสิบเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูเพดาน มักได้ตัวเลขที่สูงกว่าที่จะได้รับจริงในกรณีที่ค่าจ้างสูง

ถ้าไม่ได้เนื่องจากการทำงาน

กรณีที่อยู่นอกนิยามข้างต้นไปอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 64 ซึ่งกำหนดว่าในกรณีที่ผู้ประกันตนประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละห้าสิบของค่าจ้าง สำหรับการหยุดงานเพื่อรักษาพยาบาลตามคำสั่งของแพทย์ ครั้งหนึ่งไม่เกินเก้าสิบวัน และในระยะเวลาหนึ่งปีปฏิทินต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน เว้นแต่โรคเรื้อรังตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งเกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันได้แต่ไม่เกินสามร้อยหกสิบห้าวัน

จุดที่คดีมักแพ้ชนะกัน

เพราะเส้นแบ่งอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่าเหตุเกิดเนื่องจากการทำงานหรือไม่ พยานหลักฐานที่กำหนดผลจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด คือเกิดที่ไหน เวลาใด กำลังทำอะไรอยู่ ใครสั่ง และบันทึกฉบับแรกที่ทำไว้ตอนเกิดเหตุเขียนไว้ว่าอย่างไร ใบรับรองแพทย์ที่ระบุเพียงว่าบาดเจ็บอย่างไรโดยไม่ระบุพฤติการณ์ มักไม่พอที่จะยุติประเด็นนี้

PREPARE

สิ่งที่ควรเตรียม

  • บันทึกเหตุการณ์ฉบับแรกที่ทำไว้ในวันเกิดเหตุ
  • ใบรับรองแพทย์และประวัติการรักษาทั้งชุด
  • รายละเอียดงานที่ทำอยู่ขณะเกิดเหตุและผู้สั่งงาน
  • หลักฐานค่าจ้างรายเดือนเพื่อคำนวณอัตรา
  • เอกสารที่ยื่นและคำวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคม

QUESTIONS

คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้

  • บาดเจ็บระหว่างเดินทางไปทำงาน

    คำนิยามในมาตรา 5 ผูกไว้กับการทำงาน การป้องกันรักษาประโยชน์ให้นายจ้าง หรือการทำตามคำสั่งของนายจ้าง การเดินทางจึงไม่ได้เข้าหรือไม่เข้าโดยอัตโนมัติ แต่ขึ้นกับว่าการเดินทางนั้นเป็นส่วนหนึ่งของงานหรือเป็นไปตามคำสั่งหรือไม่ ข้อเท็จจริงเรื่องเส้นทาง เวลา และเหตุผลของการเดินทางจึงเป็นสิ่งที่ต้องเก็บไว้ตั้งแต่ต้น

  • นายจ้างไม่ได้ขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทน

    หน้าที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเป็นหน้าที่ของนายจ้าง และมาตรา 18 วางหน้าที่จ่ายค่าทดแทนไว้ที่นายจ้างเมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย สิทธิของลูกจ้างจึงไม่ได้เกิดจากการที่นายจ้างขึ้นทะเบียนหรือไม่ สิ่งที่ควรทำคือแจ้งเหตุและรวบรวมหลักฐานความสัมพันธ์นายจ้างลูกจ้างไว้ให้ครบ

LAW

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 5
  • พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 18
  • พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 64

ปรึกษาเบื้องต้น

บอกมาว่าจะทำอะไรในประเทศไทย แล้วเราจะบอกว่าต้องขออนุญาตอะไรบ้าง

ติดต่อเรา

LINE · ไทย / English
WeChat QR code

WeChat · YACT - 金炜峰

สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อน