บทความ

ผู้ค้ำประกันจ่ายแทน อายุความไม่ได้หยุดกับทุกคน

เจ้าหนี้ที่เห็นว่ายังมีคนผ่อนอยู่ มักคิดว่าหนี้ทั้งรายยังไม่ขาดอายุความ ส่วนผู้ค้ำประกันที่ไม่ได้จ่ายอะไรเลยก็มักคิดว่าตัวเองปลอดภัย ทั้งสองข้างอาจคิดผิดได้ เพราะการสะดุดหยุดลงไม่ได้เป็นโทษถึงทุกคนที่อยู่ในหนี้รายเดียวกัน

หลักคือต่างคนต่างนับ มีข้อยกเว้นอยู่ข้อเดียว

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 295 วางหลักว่าข้อความจริงอื่นใดนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 292 ถึงมาตรา 294 เมื่อเป็นเรื่องเท้าถึงตัวลูกหนี้ร่วมกันคนใด ก็ย่อมเป็นไปเพื่อคุณและโทษแต่เฉพาะแก่ลูกหนี้คนนั้น และวรรคสองไล่รายการไว้ด้วยว่ารวมถึงกำหนดอายุความหรือการที่อายุความสะดุดหยุดลง ส่วนมาตรา 692 บัญญัติสั้น ๆ ว่าอายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ลูกหนี้นั้น ย่อมเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันด้วย ถ้อยคำนี้ระบุทิศทางไว้ทางเดียว คือจากลูกหนี้ไปยังผู้ค้ำประกัน ไม่ได้เขียนถึงทางกลับกัน และไม่ได้เขียนถึงระหว่างผู้ค้ำประกันด้วยกัน

จากลูกหนี้ชั้นต้นถึงผู้ค้ำประกัน เป็นโทษถึงกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3104/2558 แสดงทางที่ใช้ได้ เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ชั้นต้นให้ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้าง อายุความย่อมสะดุดหยุดลงตามมาตรา 193/14 (2) และระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนหน้านั้นไม่นับเข้าในอายุความตามมาตรา 193/15 วรรคสอง การที่อายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ลูกหนี้ชั้นต้น ย่อมเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันด้วยตามมาตรา 692 เมื่อคดีนั้นถึงที่สุดวันที่ 22 กันยายน 2547 จึงเริ่มนับอายุความใหม่สำหรับผู้ค้ำประกันตั้งแต่วันนั้น คำขอรับชำระหนี้ที่ยื่นวันที่ 21 มิถุนายน 2550 จึงยังไม่พ้นกำหนดห้าปีของดอกเบี้ยค้างชำระ

จากผู้ค้ำประกันย้อนไปหาลูกหนี้ ไม่เป็นโทษถึงกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3021/2536 วางไว้ว่าการที่ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งทำให้อายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันนั้น ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติไว้ว่าให้มีผลไปถึงลูกหนี้ด้วย แม้ลูกหนี้จะต้องรับผิดร่วมกับผู้ค้ำประกัน กำหนดอายุความของลูกหนี้แต่ละคนก็ต้องเป็นไปเพื่อคุณและโทษเฉพาะแต่ลูกหนี้คนนั้นตามมาตรา 295 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1438/2540 ต่อผลของหลักนี้ให้เห็น เมื่อดอกเบี้ยที่ค้างเกินห้าปีขาดอายุความแก่ลูกหนี้แล้ว เจ้าหนี้จึงไม่มีสิทธินำเงินที่ผู้ค้ำประกันชำระมาหักกับดอกเบี้ยส่วนที่ขาดอายุความนั้น

ระหว่างผู้ค้ำประกันด้วยกัน ก็ไม่ถึงกัน และคดีหนึ่งแพ้ตรงนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6403/2561 มีทั้งทางที่ใช้ได้และทางที่ใช้ไม่ได้อยู่ในคดีเดียว ลูกหนี้ชั้นต้นถูกฟ้องล้มละลายและเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ อายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา 193/14 (3) และเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันด้วยตามมาตรา 692 เริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2543 ถึงวันฟ้องวันที่ 30 พฤษภาคม 2555 เกินสิบปี ฟ้องจึงขาดอายุความ เจ้าหนี้อ้างว่าผู้ค้ำประกันร่วมอีกรายชำระหนี้บางส่วนเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2545 แต่ศาลฎีกาชี้ว่ามาตรา 692 หาได้บัญญัติด้วยว่าการสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันร่วมรายหนึ่งจะเป็นโทษแก่รายอื่นด้วยไม่ บทบัญญัตินั้นเป็นนิติสัมพันธ์ระหว่างผู้ค้ำประกันกับลูกหนี้ ส่วนระหว่างผู้ค้ำประกันด้วยกัน ลักษณะค้ำประกันมิได้กำหนดไว้ จึงต้องใช้หลักทั่วไปตามมาตรา 295

สิ่งที่ต้องดูคือใครเป็นผู้ทำ และทำในฐานะใด

ผลในทางปฏิบัติคือหนี้ที่มีผู้ค้ำประกันหลายคนไม่ได้นับอายุความรวมเป็นชุดเดียว แต่นับแยกรายบุคคล เจ้าหนี้ที่บันทึกไว้เพียงว่ามีการชำระเงินเข้ามาเมื่อใด โดยไม่ได้บันทึกว่าใครเป็นผู้ชำระและชำระในฐานะใด จะไม่มีทางรู้เลยว่าตนเหลือเวลากับใครเท่าใด ส่วนผู้ค้ำประกันที่ถูกฟ้องควรตรวจก่อนอย่างอื่นว่าเหตุที่เจ้าหนี้ยกขึ้นอ้างว่าทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้น เป็นการกระทำของลูกหนี้ชั้นต้นหรือของผู้ค้ำประกันร่วม เพราะสองอย่างนี้ให้ผลต่างกันทั้งเรื่อง

AUTHORITY

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6403/2561

    การยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายของลูกหนี้ชั้นต้นทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันตามมาตรา 692 แต่มาตรา 692 ไม่ได้บัญญัติให้การสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันร่วมรายหนึ่ง เป็นโทษแก่รายอื่นด้วย ระหว่างผู้ค้ำประกันด้วยกันจึงใช้มาตรา 295

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3104/2558

    เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ชั้นต้น อายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา 193/14 (2) และเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันตามมาตรา 692 เมื่อคดีถึงที่สุดจึงเริ่มนับอายุความใหม่สำหรับผู้ค้ำประกันตั้งแต่วันนั้นตามมาตรา 193/15 วรรคสอง

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3021/2536

    การที่ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกัน ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้มีผลไปถึงลูกหนี้ด้วย แม้ลูกหนี้จะรับผิดร่วมกับผู้ค้ำประกันก็ตาม

  • คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1438/2540

    เมื่อดอกเบี้ยค้างชำระเกินห้าปีขาดอายุความแก่ลูกหนี้แล้ว เจ้าหนี้ไม่มีสิทธินำเงินที่ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมชำระมาหักกับดอกเบี้ยส่วนที่ขาดอายุความนั้น

QUESTIONS

คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้

  • ค้ำร่วมกับอีกคน เขายังผ่อนอยู่ ตัวเองต้องนับอายุความอย่างไร

    ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6403/2561 การชำระของผู้ค้ำประกันร่วมอีกรายเป็นโทษเฉพาะแก่รายนั้น ไม่ถึงผู้ค้ำประกันร่วมรายอื่นตามมาตรา 295 การนับของแต่ละคนจึงเดินจากเหตุที่ผูกพันคนนั้นเอง ข้อนี้เป็นได้ทั้งคุณและโทษ เพราะเหตุที่ผูกพันอาจเป็นการกระทำของลูกหนี้ชั้นต้นซึ่งเป็นโทษถึงผู้ค้ำประกันทุกคนตามมาตรา 692 อยู่แล้ว สิ่งที่ต้องหาให้ครบจึงเป็นรายการเหตุทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะการชำระเงินที่เห็นอยู่

  • ลูกหนี้ถูกฟ้องไปหลายปีแล้ว ผู้ค้ำประกันยังถูกฟ้องได้อีกหรือ

    คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3104/2558 ชี้ว่าการฟ้องลูกหนี้ชั้นต้นทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันด้วยตามมาตรา 692 ระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนหน้านั้นจึงไม่นับ และเริ่มนับใหม่เมื่อคดีถึงที่สุดตามมาตรา 193/15 วรรคสอง การนับจากวันที่ลูกหนี้ผิดนัดครั้งแรกจึงเป็นการตั้งต้นผิดจุด สิ่งที่ต้องหาคือวันที่คดีของลูกหนี้ถึงที่สุด

LAW

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 295
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 692
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 และ 193/15

ปรึกษาเบื้องต้น

บอกมาว่าจะทำอะไรในประเทศไทย แล้วเราจะบอกว่าต้องขออนุญาตอะไรบ้าง

ติดต่อเรา

LINE · ไทย / English
WeChat QR code

WeChat · YACT - 金炜峰

สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อน