คดีผู้บริโภค ฟ้องไม่ต้องวางค่าขึ้นศาล
คดีผู้บริโภคออกแบบมาให้คนธรรมดาสู้กับธุรกิจได้จริง กฎหมายจึงยกเว้นค่าธรรมเนียมและย้ายภาระการพิสูจน์ในข้อที่ผู้บริโภคไม่มีทางรู้ได้เอง สองข้อนี้เปลี่ยนรูปคดีไปคนละแบบกับคดีแพ่งทั่วไป
ยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 18 วรรคหนึ่งกำหนดว่า การยื่นคำฟ้องตลอดจนการดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในคดีผู้บริโภคซึ่งดำเนินการโดยผู้บริโภคหรือผู้มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค ให้ได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง แต่ไม่รวมถึงความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นที่สุด ผู้บริโภคจึงไม่ต้องวางค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์เหมือนคดีแพ่งทั่วไป ซึ่งเป็นกำแพงที่ทำให้หลายคนไม่ได้เริ่มเลย
ข้อยกเว้นของข้อยกเว้น
มาตรา 18 วรรคสองกำหนดว่า ถ้าความปรากฏแก่ศาลว่าผู้บริโภคนำคดีมาฟ้องโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เรียกร้องค่าเสียหายเกินสมควร ประพฤติตนไม่เรียบร้อย ดำเนินกระบวนพิจารณาอันมีลักษณะเป็นการประวิงคดีหรือที่ไม่จำเป็น หรือมีพฤติการณ์อื่นที่ศาลเห็นสมควร ศาลอาจมีคำสั่งให้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ได้รับการยกเว้นทั้งหมดหรือบางส่วน และหากไม่ปฏิบัติตาม ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ การเรียกค่าเสียหายสูงเกินจริงจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยไม่มีผล
ภาระการพิสูจน์ย้ายข้าง
มาตรา 29 กำหนดว่า ประเด็นข้อพิพาทข้อใดจำเป็นต้องพิสูจน์ถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการผลิต การประกอบ การออกแบบ หรือส่วนผสมของสินค้า การให้บริการ หรือการดำเนินการใด ๆ ซึ่งศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวอยู่ในความรู้เห็นโดยเฉพาะของคู่ความฝ่ายที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจ ให้ภาระการพิสูจน์ในประเด็นดังกล่าวตกอยู่แก่ผู้ประกอบธุรกิจนั้น
ทำไมข้อนี้จึงสำคัญมาก
ในคดีแพ่งทั่วไป ฝ่ายที่กล่าวอ้างต้องนำสืบ ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าซึ่งชำรุดจึงต้องพิสูจน์ว่าชำรุดเพราะการผลิต ทั้งที่ไม่มีทางเข้าถึงข้อมูลการผลิตได้เลย มาตรา 29 แก้ปัญหานี้ตรงจุด ผลในทางปฏิบัติคือผู้บริโภคมีหน้าที่แสดงให้เห็นความเสียหายและความเชื่อมโยง ส่วนคำอธิบายว่าสินค้าหรือบริการนั้นทำมาอย่างไรเป็นเรื่องที่ฝ่ายธุรกิจต้องตอบ
อะไรเข้าข่ายคดีผู้บริโภค
ไม่ใช่ทุกเรื่องที่มีการซื้อขายจะเป็นคดีผู้บริโภค สิ่งที่ต้องดูคือความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณีว่าเป็นผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจหรือไม่ การซื้อขายระหว่างบุคคลธรรมดาด้วยกัน หรือการซื้อเพื่อนำไปใช้ในกิจการค้าของตนเอง อาจไม่เข้าลักษณะนี้ และถ้าฟ้องผิดประเภทคดีก็ต้องเสียเวลาแก้ไขกันใหม่ การจัดประเภทคดีให้ถูกตั้งแต่ต้นจึงเป็นงานแรกเสมอ
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานการซื้อ
- สัญญาหรือเงื่อนไขการให้บริการที่ได้รับ
- ภาพถ่ายความเสียหายหรือความชำรุดของสินค้า
- การติดต่อกับผู้ขายหรือผู้ให้บริการ เก็บไว้ทั้งบทสนทนา
- ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลหรือค่าเสียหายที่จ่ายไปแล้ว
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
ฟ้องคดีผู้บริโภคไม่ต้องเสียเงินเลยจริงไหม
มาตรา 18 วรรคหนึ่งยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงในการยื่นฟ้องและการดำเนินกระบวนพิจารณา แต่ไม่รวมความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นที่สุด และวรรคสองยังเปิดให้ศาลสั่งให้ชำระค่าธรรมเนียมที่ยกเว้นไว้ได้ถ้าฟ้องโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือเรียกค่าเสียหายเกินสมควร คำว่าฟรีจึงหมายถึงไม่ต้องวางเงินตอนเริ่ม ไม่ใช่ไม่มีความรับผิดใด ๆ เลย
ซื้อของออนไลน์แล้วได้ของไม่ตรงปก เข้าข่ายไหม
โดยหลักการซื้อขายระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจอยู่ในข่ายคดีผู้บริโภค แต่ต้องดูว่าผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจหรือเป็นบุคคลธรรมดาที่ขายเป็นครั้งคราว เพราะผลต่างกัน สิ่งที่ควรทำทันทีคือเก็บหน้าประกาศขาย ข้อความสนทนา และภาพสินค้าที่ได้รับไว้ให้ครบ เพราะหน้าประกาศมักถูกลบหลังเกิดปัญหา
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 18 และ 29
