ฟ้องละเมิด อายุความหนึ่งปีนับจากเมื่อไหร่
คดีละเมิดมีกำหนดเวลาที่สั้นและนับจากจุดที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิด คือไม่ได้นับจากวันเกิดเหตุเสมอไป แต่นับจากวันที่รู้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน
อะไรเป็นละเมิด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 วางหลักว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น องค์ประกอบที่ต้องพิสูจน์จึงมีทั้งการกระทำ ความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ความผิดกฎหมาย และความเสียหายที่เป็นผลจากการกระทำนั้น
อายุความหนึ่งปี นับจากอะไร
มาตรา 448 วรรคหนึ่งกำหนดว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด ข้อสำคัญคือคำว่าและ ต้องรู้ครบทั้งสองอย่างจึงจะเริ่มนับ กรณีที่รู้ว่าเสียหายแต่ยังไม่รู้ว่าใครทำ กำหนดหนึ่งปียังไม่เริ่ม แต่เพดานสิบปีนับแต่วันทำละเมิดเดินอยู่เสมอ
เมื่อการกระทำนั้นเป็นความผิดอาญาด้วย
มาตรา 448 วรรคสองกำหนดว่า ถ้าเรียกร้องค่าเสียหายในมูลอันเป็นความผิดมีโทษตามกฎหมายอาญา และมีกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่าที่กล่าวมา ให้เอาอายุความที่ยาวกว่านั้นมาบังคับ เรื่องที่มีทั้งมูลแพ่งและมูลอาญาจึงอาจมีเวลาฟ้องยาวกว่าหนึ่งปีมาก การสรุปว่าขาดอายุความแล้วโดยดูแค่วรรคหนึ่งจึงเป็นการสรุปเร็วเกินไป
ค่าสินไหมทดแทนครอบคลุมอะไร
ค่าสินไหมทดแทนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเงินที่จ่ายออกไปแล้ว แต่รวมถึงความเสียหายที่เป็นผลโดยตรงจากการกระทำนั้นตามที่พิสูจน์ได้ การเก็บหลักฐานความเสียหายจึงเป็นงานที่ต้องทำตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ตอนเตรียมฟ้อง ใบเสร็จ ภาพถ่าย และบันทึกสภาพความเสียหายในวันเกิดเหตุมีน้ำหนักมากกว่าการประเมินย้อนหลัง
PREPARE
สิ่งที่ควรเตรียม
- บันทึกวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
- ภาพถ่ายความเสียหายที่ถ่ายในวันเกิดเหตุ
- ใบเสร็จค่าซ่อม ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
- บันทึกประจำวันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถ้ามีการแจ้งความ
- ชื่อและช่องทางติดต่อของผู้เห็นเหตุการณ์
QUESTIONS
คำถามที่พบบ่อยในเรื่องนี้
เพิ่งรู้ว่าใครเป็นคนทำหลังเกิดเหตุไปสองปี ยังฟ้องได้ไหม
มาตรา 448 วรรคหนึ่งเริ่มนับกำหนดหนึ่งปีเมื่อผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ต้องรู้ครบทั้งสองอย่าง แต่ยังมีเพดานสิบปีนับแต่วันทำละเมิดกำกับอยู่ ในทางปฏิบัติประเด็นว่ารู้เมื่อใดเป็นเรื่องที่ต้องนำสืบ จึงควรเก็บหลักฐานว่ารู้ตัวผู้กระทำเมื่อไหร่ไว้ด้วย
แจ้งความไว้แล้วต้องฟ้องแพ่งด้วยไหม
การแจ้งความเป็นคนละเรื่องกับการเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่ง และไม่ได้ทำให้อายุความทางแพ่งหยุดเดินโดยอัตโนมัติ เรื่องที่มีมูลอาญาด้วยอาจได้ประโยชน์จากมาตรา 448 วรรคสองในแง่กำหนดเวลา แต่การจะได้ค่าเสียหายจริงยังต้องมีการเรียกร้องในทางแพ่งอยู่ดี
LAW
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และ 448
